ข่าวประชาสัมพันธ์

April 6, 2018

สนช. เห็นชอบร่างพรบ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ….

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ 20/2561 เป็นพิเศษ เมื่อวันพุธที่ 4 เมษายน 2561 ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ…. แล้วลงมติเสียงข้างมาก 147 ต่อ 1 คะแนน เห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งจะได้นำขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
มาตรา 3
“ความเสมอภาคทางการศึกษา” หมายความว่า การที่ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับและเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาอย่างเสมอภาคและทั่วถึง โดยให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู

“ความเหลื่อมล้ำในการศึกษา” หมายความว่า ความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาอันเนื่องมาจากคุณภาพหรือมาตรฐานของสถานศึกษา คุณภาพหรือประสิทธิภาพของครู หรือฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม

มาตรา 6 กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
(1) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา 47 และมาตรา 48
(2) เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นทุนประเดิมจำนวนหนึ่งพันล้านบาท
(3) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปีตามแผนการใช้เงินที่คณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว
(4) เงินรายได้ที่ได้รับจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
(5) รายได้จากการดำเนินงานและการลงทุนของกองทุน
(6) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้
(7) รายได้หรือผลประโยชน์อื่นที่กองทุนได้รับไม่ว่าโดยทางใด
(8) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินของกองทุน
เงินอุดหนุนตาม (3) ให้รัฐบาลจัดสรรให้เพียงพอตามแผนการใช้เงินตาม (3) และต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศด้วย

ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ
1) ควรมุ่งบูรณาการเชื่อมโยงการทำงาน หลักการดำเนินงานที่สำคัญคือ เน้นการแก้ไขจุดอ่อน เสริมสร้างจุดแข็ง และอุดช่องโหว่ที่หน่วยงานและกองทุนอื่นๆยังไม่ได้ดำเนินการหรือดำเนินการมิได้ผลเต็มที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน

2) ในวาระเริ่มแรกเป็นเวลา 3 ปี รัฐบาลควรจัดสรรเงินอุดหนุนตามร่างมาตรา 6(3) ให้แก่กองทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของเงินงบประมาณรายจ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษาของปีงบประมาณก่อน โดยมีเหตุผลสำคัญ 4 ประการ คือ
(1) การกำหนดกรอบงบประมาณในวาระเริ่มแรก จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของกองทุนและสังคมมั่นใจว่ากองทุนจะมีทรัพยากรที่เพียงพอต่อการดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

(2) หากไม่มีการกำหนดกรอบงบประมาณกองทุนที่ชัดเจนในช่วงเริ่มดำเนินการ กองทุนนี้อาจจะยังคงติดอยู่กับระบบการจัดสรรงบประมาณตามระบบราชการ ซึ่งจะทำให้กองทุนนี้ขาดความเป็นอิสระและไม่มีพลังในการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

(3) การดำเนินงานในวาระเริ่มแรกของกองทุนจำเป็นต้องมีการวางแผนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว หากงบประมาณกองทุนมีความไม่แน่นอนก็จะส่งผลต่อขอบเขตงาน

(4) การใช้งบประมาณแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาประมาณร้อยละ 5 ของปีก่อน ไม่ใช่ใช้ภาษีบาป หรือทางเลือกอื่นๆที่ขัดหลักวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ รวมทั้งมีการกำหนดช่วงเวลาไว้อย่างชัดเจนคือระยะเริ่มแรก 3 ปี เป็นเรื่องสมเหตุผล เป็นการคำนึงถึงสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ และเบิกใช้ตามขีดความสามารถในการจ่ายเงินของกองทุนจริง มิใช่การเบิกเงินมากองไว้ที่กองทุน

เอกสารดาวน์โหลด :
1)ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ….
2)ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ