ข่าวประชาสัมพันธ์

April 6, 2018

กอปศ. เร่งปรับ พรบ.การปฐมวัย เสนอ ครม.

ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ครั้งที่ 14/2561 วันที่ 3 เมษายน 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. … นำเสนอโดย ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานอนุกรรมการเด็กเล็ก และร่างพระราชบัญญัติเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. … นำเสนอโดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย โดยจะเร่งนำข้อคิดเห็นในที่ประชุมไปปรับแก้ร่าง พรบ.การปฐมวัยแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนพฤษภาคม 2561

ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานอนุกรรมการเด็กเล็ก กล่าวว่า ร่าง พรบ. การปฐมวัยแห่งชาติฉบับนี้มีสาระสำคัญ คือ ต้องการพัฒนาเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาโดยต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งด้านนโยบาย งบประมาณ ข่าวสารข้อมูล และการบริหารพื้นฐาน ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติโดยเน้นความร่วมมือเครือข่าย สร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน ครู และผู้บริหาร ทั้งนี้ จะมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นองค์กรในกำกับของรัฐ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ร่าง พรบ. ดังกล่าว ให้ยกเลิกการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับประถมศึกษา และให้เรียนรู้โดยเน้นสมรรถนะแทนการเรียนรู้แบบ 8 กลุ่มวิชาเช่นในปัจจุบัน

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ระบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่ระบุในร่าง พรบ. ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ 1) ช่วงก่อนคลอด หรือทารกในครรภ์มารดา 2) ช่วงแรกเกิด ถึงก่อนอายุ 3 ปีบริบูรณ์ หรือช่วงวัยเด็กเล็ก 3) ช่วงอายุ 3 ปีบริบูรณ์ ถึงก่อนอายุ 6 ปีบริบูรณ์ หรือช่วงวัยอนุบาล และ 4) ช่วงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ ถึงก่อนอายุ 8 ปีบริบริบูรณ์ ซึ่งเป็นช่วงวัยรอยต่อระหว่างวัยอนุบาลและวัยประถมศึกษา อย่างไรก็ตาม นอกจากหน่วยงานภาครัฐจะจัดให้มีบริการ สวัสดิการด้านสาธารณสุข ด้านสังคม และด้านการศึกษาอย่างครบถ้วนแล้ว ครอบครัวของเด็กปฐมวัยควรจะมีส่วนร่วมในการดูแลให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับสิทธิและโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ