ข่าวประชาสัมพันธ์

May 10, 2018

โค้งสุดท้าย พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 19/2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุมและได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ได้มีการพิจารณาเรื่องหลัก 2 เรื่อง คือ 1. ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ… ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายและเห็นชอบให้ส่งรัฐบาลได้ และ 2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

รองศาสตราจารย์ ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และรองประธานอนุกรรมการเด็กเล็ก กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ… ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางทั้งการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา การเปิดรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในการประชุมต่างจังหวัด เสียงตอบรับที่ได้คือเห็นด้วยทุกหลักการตามทุกมาตราที่กำหนดไว้ มีการปรับองค์ประกอบและคำพูดเล็กน้อย สำหรับประเด็นเรื่องการสอบเข้า ป. 1 จากการสำรวจทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าไม่ควรมีการสอบเข้าโดยใช้ข้อเขียน ดังนั้น จึงจะมีการกำหนดแนวทางในการประเมินเด็กโดยคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ถูกแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.นี้ เช่น อาจใช้วิธีประเมินโดยการสังเกตุในสมรรถนะที่เด็กทำได้ การสังเกตุพฤติกรรมเด็ก การสอบพ่อแม่ การสัมภาษณ์เด็กร่วมกับพ่อแม่ เป็นต้น และได้มีบทกำหนดโทษผู้ที่ฝ่าฝืนโดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท นำส่งเป็นรายได้เข้ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ทุกคนดีใจ เชื่อมั่น และขอให้ กอปศ.ผลักดันพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งทั้งรัฐบาลและ กอปศ.ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และการจัดทำพ.ร.บ. นี้จะมีการปรับปรุงในประเด็น 17 ประเด็นที่พบว่ายังเป็นปัญหาที่ทำให้การศึกษาของไทยยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง โดยคำนึงถึงบริบทของสังคมของอนาคตที่เปลี่ยนไป และพิจารณาว่ากฎหมายที่กำหนดจะไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาในอนาคต ขณะนี้อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในประเด็นต่างๆ เมื่อร่างดังกล่าวสมบูรณ์แล้ว จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนต่อไป สำหรับประเด็นที่แตกต่างจากเดิม เช่น การเปิดให้การศึกษาที่หลากหลายมากขึ้น คำนึงถึงการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาทางเลือก การประเมินผลการเรียนการสอน การให้อิสระในการบริหารจัดการโรงเรียนมากขึ้น การที่จะมีกลไกการสนับสนุนระบบให้มีความชัดเจนมากขึ้น เป็นต้น ส่วนการที่จะเป็นการร่าง พ.ร.บ.ใหม่ หรือใช้วิธีแก้ไขเพิ่มเติม จะขอพิจารณาในองค์รวมก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นการร่างด้วยวิธีใด สาระสำคัญก็คือการปฏิรูปการศึกษาที่อาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือเช่นเดียวกัน