ข่าวประชาสัมพันธ์

May 27, 2018

กอปศ.สร้าง Quick win สำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ชี้ระบบวินิจฉัยคัดกรองต้องเที่ยงตรง

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 21/2561 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุมและได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยคณะกรรมการได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งได้พยายามหาแนวทางในการดูแลช่วยเหลือคนทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มคนพิการตั้งแต่แรกเกิดเพื่อให้กลุ่มคนพิการเหล่านี้โตขึ้นมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่เป็นภาระของสังคม สำหรับปัญหาการวินิฉัยคัดกรองนั้น หากไม่ถูกต้องจะกลายเป็นตีตราบาปให้กับเด็ก นอกจากปัญหาของกลุ่มคนพิการทางด้านการศึกษาแล้ว ปัญหาด้านการดูแล และสภาพแวดล้อมก็มีส่วนที่จะต้องแก้ไข ความยากอยู่ที่ความหลากหลายในการดูแลและแก้ไข ซึ่งต้องการความรู้และระบบการวินิจฉัยคัดกรองที่ถูกต้อง

รศ.ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคนที่ 1 คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยว่าแม้จะมีกฎหมายคุ้มครองเกี่ยวกับผู้พิการ แต่สภาพความเป็นจริงก็ยังพบปัญหาทางด้านความเหลื่อมล้ำ การศึกษาของเด็กพิการยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ปัญหาที่ชัดเจน คือ ความพิการที่ไม่เห็นเด่นชัด กฎหมายเดิมนั้นได้กำหนดความพิการไว้ 9 ประเภท แต่กฎหมายใหม่ได้เพิ่มเป็น 10 ประเภท เพิ่ม ความหูหนวกและตาบอดในคนๆ เดียวกันเข้าไป เพราะต้องการจัดการเรียนการสอนที่มีความเฉพาะทางมากขึ้น สำหรับความพิการที่ไม่เห็นเด่นชัด เช่น เด็กแอลดี เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์และพฤติกรรม เด็กออทิสติก เด็กที่มีปัญหาทางการพูด ทางการสื่อสาร และเด็กสมาธิสั้น ปัจจุบันกระบวนการวินิจฉัยคัดกรองยังไม่มีความเที่ยงตรงตามหลักสากล อีกทั้งอัตราการของเด็กสมาธิสั้นมีเพิ่มขึ้น 5 – 10% การวินิจฉัยคัดกรองที่ยังไม่เที่ยงตรงนี้จึงเป็นสาเหตุให้เด็กหลุดออกนอกระบบ ดังนั้นการคัดกรองเด็กจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ครูหรือบุคลากรทางการศึกษารู้วิธีที่จะต้องดูแลเด็กได้ถูกต้องและถูกวิธี ข้อเสนอของคณะทำงานปฏิรูปการศึกษาสำหรับกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เสนอให้กำหนดการบริหารจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เป็นส่วนหนึ่งในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … โดยจำแนกกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ บุคคลพิการ บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ และบุคคลที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ มีการหารือถึงแนวทางและเรื่องที่ต้องดำเนินการให้สำเร็จโดยเร่งด่วน (Quick Win)อาทิ การจัดทำระบบคัดกรองให้มีความชัดเจนโดยเร็ว การจัดระบบให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา โดยกำหนดให้การจัดการเรียนรวมเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษา การแก้กฎกระทรวงให้เอื้ออำนวยต่อการจัดตั้งศูนย์การเรียนเฉพาะและจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรให้อย่างเหมาะสม การจัดระบบการศึกษาเรียนรวมสำหรับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มความสามารถพิเศษ การส่งเสริมให้โรงเรียนทั่วไปมีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เป็นต้น นอกจากนี้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ได้มอบหมายให้ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานคณะทำงานปฏิรูปการศึกษาด้านกลุ่มบุคคลที่ความต้องการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ได้กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมากลุ่มคนด้อยโอกาสและกลุ่มคนที่มีความสามารถพิเศษยังได้รับการดูแลไม่ครอบคลุมและไม่ทั่วถึง คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจึงได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาหาแนวทางการดูแลอย่างจริงจัง มีการเปลี่ยนคำนิยามใหม่ในกลุ่มคนด้อยโอกาส เป็นบุคคลที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ โดยหลักการนั้นเน้นไปที่การดูแลทุกคน ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต โดยใช้วิธีทางการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เน้นการเรียนรวมและการพัฒนาให้ตอบสนองความแตกต่างของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ทั้งในเรื่องของหลักสูตร การเรียน การสอน โดยมีเป้าหมายให้สามารถพัฒนาตนเอง พัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ รวมถึงจัดการสนับสนุนให้เอื้อต่อการดูแล ทั้งระบบการคัดกรองวินิฉัย ระบบครูที่มีความรู้เฉพาะทาง และระบบบริหารจัดการ เป็นต้น