ข่าวประชาสัมพันธ์

June 1, 2018

กอปศ. แถลงผลงานในรอบ 1 ปี ชี้ปฏิรูปการศึกษาจะสำเร็จได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมใจ ไม่ดูดายและมุ่งมั่น

เมื่อวันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ได้แถลงผลงานในรอบ 1 ปี ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ร่วมด้วยประธานอนุกรรมการที่รับผิดชอบการปฏิรูปทั้ง 5 ด้าน ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ นายไกรยส ภัทราวาท เลขานุการคณะอนุกรรมการกองทุน (แทนประธานอนุกรรมการ) ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก รองศาสตราจารย์ศิริเดช สุชีวะ ประธานคณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน และผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

งานแถลงผลงานในรอบ 1 ปี เริ่มขึ้นโดยประธานอนุกรรมการสื่อสารสังคม (นางภัทรียา สุมะโน) ได้กล่าวต้อนรับพร้อมเชิญชมวีดิทัศน์ชุด ED Talks (คุ้ยเรื่องเรียน กับเซียนการศึกษา) ต่อจากนั้นศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ได้กล่าวแถลงผลงานว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 วันนี้จึงเป็นวันที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาดำเนินงานมาครบ 1 ปี แต่เนื่องจากอายุการทำงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีวาระเพียง 2 ปี การทำงานจึงเป็นไปด้วยความเข้มข้น ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาเนื่องมาจากวิกฤตทางการศึกษาไทยที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ความเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพของระบบ ทั้งนี้หัวใจการปฏิรูปการศึกษาอยู่ที่โรงเรียน ดังนั้น ใน 1 ปีที่ผ่านมา กอปศ.นอกจากจะทำการวินิจฉัยปัญหาของการศึกษาไทย วิเคราะห์โอกาสในการปฏิรูปการศึกษา และแสวงหาความร่วมมือแล้ว กอปศ.ยังได้วางแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาดังนี้

1)เน้นที่ผลสัมฤทธิ์นักเรียน ครู และผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียนต้องมีอิสระในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ มุ่งสู่สากล บทบาทของภาครัฐต้องปรับไปสู่การส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ โดยมีปัจจัยสนับสนุน เช่น สถาบันหลักสูตรและการสอนที่จะปรับหลักสูตรให้เป็นฐานสมรรถนะเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 ช่วยโรงเรียนจัดหลักสูตรตามความต้องการของพื้นที่ มี Digital Learning Platform ที่จะนำความรู้สู่นักเรียนและโรงเรียนได้โดยตรง ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา มีการเชื่อมโยงการศึกษากับอาชีพ

2)รวมโรงเรียนเป็นพื้นที่นวัตกรรม เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการ กำกับดูแลกลุ่มโรงเรียน หรือพื้นที่ให้มีความคล่องตัว บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผน Quick win คือสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ในระยะเวลาสั้น คือ Digital Learning Platform และการบุกเบิกให้เกิดพื้นที่นวัตกรรม

ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้คือ สังคมไทยทุกภาคส่วนต้องตื่นขึ้น ตระหนักในสภาพและผลจากปัญหาการศึกษาของไทย ปรับใจและปรับพฤติกรรม มาร่วมร่วมแรงร่วมใจกัน โดยเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่ดูดาย มุ่งมั่นช่วยกันเฝ้าระวังดูแลให้เกิดการปฏิรูปอย่างถูกต้อง ส่วนในการปฏิรูปอุดมศึกษา อุดมศึกษาต้องเปลี่ยนเป็นอุดมศึกษา 4.0 เพื่อรองรับการผลิตบุคลากรทรัพยากรมนุษย์ในระดับสูง มีนโยบายชาติด้านอุดมศึกษาและแผนการศึกษาชาติด้านอุดมศึกษา มีการสร้างอัตลักษณ์ของสถาบันอุดมศึกษา และต้องมีการกำกับคุณภาพ

นอกจากนี้ กอปศ.กำลังดำเนินการจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาซึ่งจะรองรับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน โดยแผนนี้จะกำหนดสิ่งที่ต้องทำในระยะเวลา 2 ปีของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และกำหนดสิ่งที่ต้องทำภายหลังคณะกรรมการฯ กอปศ.หมดวาระแล้วอีก 3 ปี หลังจากนั้นจะเป็นแผนปฏิรูประยะ 10 ปี และ 20 ปีต่อไป ซึ่งแผนนี้จะปรากฎในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …

ข่าวที่เกี่ยวข้อง