ข่าวประชาสัมพันธ์

July 4, 2018

กอปศ.เห็นความสำคัญทุกความคิดเห็น นำปรับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติให้สมบูรณ์

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 27/2561 ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณา “รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….” และศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลาได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่าคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้นำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. รับฟังความคิดเห็น ทั้งในเว็บไซต์ การประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา รวมถึงเครือข่ายเด็กและเยาวชน ซึ่งความคิดเห็นที่ได้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจะนำไปพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอให้รัฐบาลต่อไป

รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. มีทั้งหมด 7 หมวด และ 1 บทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น 89 มาตรา หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.thaiedreform.org ผลปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้ามาดาวน์โหลด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. กว่า 3,000 ครั้ง และมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า 100 คน จากการรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด พบว่าสาระสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง ข้อเสนอแนะส่วนใหญ่ จะเป็นประเด็นเรื่องคำพูดหรือการตีความ ที่คณะกรรมการฯ จะนำมาปรับให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้นได้จริง โดยคณะกรรมการฯ ได้กำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อจัดทำรายละเอียดต่างๆ เพิ่มในวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2561

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้อภิปรายเรื่องคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ โดยพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ และอภิปรายถึงหน่วยงานที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาฯ ของคณะกรรมการชุดนี้ ส่วนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ควรจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และต้องทำให้แผนการศึกษาแห่งชาติมีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำแผนให้สอดรับกับแผนการศึกษาแห่งชาติ หากจะทำให้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติเกิดประสิทธิภาพจะต้องมีกลไก คือ 1) มีคณะกรรมการวิชาการ ช่วยพิจารณาแผนให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ 2) คณะกรรมการดูแลระบบสารสนเทศ เพื่อพิจารณาข้อมูลให้ถูกต้อง ตรงประเด็น 3) สมัชชาหรือความร่วมมือของทุกภาคส่วน และ 4) ทีมงานในการติดตามประเมินผล ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติให้ไปในทิศทางเดียวกัน