ข่าวประชาสัมพันธ์

July 19, 2018

กอปศ. วางแนวทาง 10 สมรรถนะหลัก เพื่อให้เด็กไทยฉลาดรู้ อยู่ดีมีสุข มีความสามารถสูง และใส่ใจสังคม

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 31/2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุมและได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้มีการพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ 1) เอกสารประกอบร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. 2) กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 3) ข้อเสนอปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)   ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เปิดเผยว่า กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษากำลังเร่งจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เพื่อรองรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….ให้เกิดผลบังคับใช้ นอกจากนี้ยังได้พิจารณาถึงเนื้อหาของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่ระบุให้ปรับการศึกษาจากฐานที่เน้นเนื้อหาสาระให้เป็นฐานสมรรถนะ ทั้งนี้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้ตั้งคณะทำงานวางแผนการจัดทำกรอบสมรรถนะหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น เพื่อวิจัยและทำการศึกษาเรื่องของสมรรถนะโดยเฉพาะ

รองศาสตราจารย์ ทิศนา แขมมณี กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ประธานคณะทำงานวางแผนการจัดทำกรอบสมรรถนะหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ดำเนินการวิจัยต่อยอด รวบรวมและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม โดยดำเนินการจัดทำเป็นกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน (Student Care Competencies) ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญ ที่จำเป็นต่อการทำงาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน ทั้งนี้ต้องการให้สมรรถนะเหล่านี้เกิดขึ้นในผู้เรียนทุกคนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งออกเป็น 10 สมรรถนะ ได้แก่  1) ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร   2) คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน  3) การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์  4) ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร  5) ทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน  6)ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ  7) ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม  8) การรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล  9) การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและภาวะผู้นำ  10) การเป็นพลเมืองตื่นรู้ และสำนึกสากล กรอบสมรรถนะทั้ง 10 นี้ จะช่วยให้เด็กไทยมีคุณสมบัติเป็นคนไทยฉลาดรู้ อยู่ดีมีสุข มีความสามารถสูง และใส่ใจสังคม โดยสมรรถนะทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ผู้เรียนต้องรู้จักดึงความรู้ และทักษะที่มีอยู่ในตัวเองออกมา ดังนั้นการเรียนการสอนจะต้องมีสถานการณ์ บริบทที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนจนสามารถดึงความรู้และทักษะที่มีอยู่ในตัวเองออกมาได้ เกิดเป็นสมรรถนะที่ต้องการ