ข่าวประชาสัมพันธ์

August 6, 2018

กอปศ. ให้ความสำคัญมาตรฐานอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานสากล พุ่งเป้าสู่การประกอบอาชีพ

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 33/2561 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุมและได้เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้มีการพิจารณา เรื่อง “การจัดการศึกษาอาชีวศึกษา” และ “สรุปการรับฟังความคิดเห็นเรื่องข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ จังหวัดปัตตานี” การยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศ 4.0 นั้น จะต้องทำให้ประชาชนอยู่ดี กินดี การศึกษาต้องนำไปสู่การประกอบอาชีพ การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จึงเน้นไปที่ความยืดหยุ่น เช่น หลักสูตรจะต้องมีความยืดหยุ่น ในอนาคตเมื่อเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแล้วอาจไม่มีการแบ่งสายวิทย์ สายศิลป์ แต่อาจจะเป็นการเรียนรวมกันทั้งวิทย์และศิลป์ การเรียนระหว่างสายอาชีวะและสายสามัญอาจเรียนควบคู่กันไป เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัดของตนเอง อนาคตเป็นโลกยุคดิจิทัลและโรโบติกส์ อาจทำให้งานบางอย่างหายไปจากระบบ การจัดการด้านอาชีวศึกษาจึงถือเป็นงานใหญ่ที่มีความสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกในอนาคต รวมถึงความต้องการบุคลากรของบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้มองว่าประเทศไทยยังขาดการลงทุนทางด้านทรัพยากรคน ดังนั้นการจัดการศึกษาอาชีวศึกษานอกจากเป็นการเรียนเพื่อสร้างอาชีพแล้วจะต้องผลิตเด็กออกมาให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย ในส่วนการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานีนั้น ทำให้ทราบถึงสภาพการจัดการศึกษาของจังหวัดในเขตชายแดนใต้ที่ภาษาหลักไม่ใช่ภาษาไทย จึงมองว่าจะต้องมีวิธีการจัดการศึกษาในรูปแบบพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของวัฒนธรรม ภาษา สังคม และความเป็นอยู่ของแต่ละพื้นที่ แนวทางปฏิบัติจะกำหนดไว้ในแผนปฏิรูปการศึกษา ขณะเดียวกันวัฒนธรรมหลักของไทยที่เป็นสิ่งที่ดี อาทิ ความมีเมตตา จิตสาธารณะ จิตอาสา จะมีการหยิบยกสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา และเนื่องจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามีอายุการทำงานเป็นเวลา 2 ปี จะมีงานปฏิรูปการศึกษาที่แล้วเสร็จไปบางส่วน และเมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ได้มีผลบังคับใช้ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติก็จะทำหน้าที่ผลักดันต่อไป ซึ่งน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่บางเรื่อง เช่น ใบอนุญาตสถานศึกษา เป็นต้น

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำหรับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาวันนี้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้พิจารณาเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น ได้แก่
1.ข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในเรื่องการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 7 เรื่อง คือ 1) การเรียนแบบทวิศึกษา ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้วนักเรียนจะได้ทั้งวุฒิมัธยมปลายและวุฒิของอาชีวะ 2) การบริหารจัดการอาชีวศึกษา ต้องปรับกลไกให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ 3) ฐานข้อมูลของผู้จบการศึกษากับการมีงานทำ 4) ทวิภาคีต้องปรับให้ตอบโจทย์กับบริบทในปัจจุบัน 5) ต้องมีการปฏิรูปครูอาชีวะและการผลิตครูอาชีวะ 6) เกษตรอาชีวศึกษา มีจำนวนนักเรียนที่สนใจเรียนน้อย ในขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมทางด้านเกษตร และ 7) มาตรฐานอาชีวศึกษาจะต้องสามารถอ้างอิงในระดับอาเซียนและเทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล

2. การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องอาชีวะของ BTEC ซึ่งเป็นนโยบายของประเทศอังกฤษที่มีมานานแล้ว และประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา โดยกลไกที่ทำให้ BTEC ประสบความสำเร็จก็ คือ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ การให้ทุนการศึกษาและสนับสนุนอย่างเต็มที่ และโอกาสในการมีงานทำสูงถึง 90% เมื่อจบการศึกษา ผู้ที่เรียนจบแล้วสามารถทำงานได้ทั่วโลก จึงเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการอาชีวศึกษาระหว่างประเทศไทยและประเทศอังกฤษ