ข่าวประชาสัมพันธ์

August 9, 2018

กอปศ. เร่งทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กำหนดหมัดน็อคเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ 34/2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณา เรื่อง “การจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา” ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปประเทศในด้านที่ 12 ทั้งนี้การปฏิรูปด้านการศึกษาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ การปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับแผนการศึกษา สิ่งที่คณะกรรมการอิสระฯ ต้องการคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดผลที่แท้จริงกับประชาชนและประชาชนได้รับประโยชน์ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลา บางส่วนเป็นปัญหาที่ยั่งรากลึกต้องใช้เวลาแก้ไข บางส่วนเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันสั้นเห็นผลได้ทันในเวลา 2 ปีที่คณะกรรมการอิสระฯ มีอายุการทำงาน บางส่วนที่ไม่แล้วเสร็จก็จะมีองค์กรคือคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติซึ่งมาผลักดันและขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อให้สำเร็จ การปฏิรูปที่เกิดขึ้นจะไม่ได้เกิดแล้วเลิก แต่จะเดินต่อไปเป็นเรื่องระยะยาว โดย Super board หรือคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติจะประกอบด้วย 1) กรรมการวิชาการ เพราะจำเป็นที่จะต้องให้การศึกษามีคุณภาพ แข่งขันได้ในระดับสากล 2) กรรมการข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา เพื่อข้อมูลหลักที่ได้รับการวิเคราะห์ สามารถใช้เป็นเครื่องมือของคณะกรรมการนโยบายฯ นำสู่นโยบายได้ 3) กรรมการส่งเสริมสนับสนุนสมัชชาการศึกษาระดับจังหวัด เพื่อให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนดูแลการศึกษา ไม่ใช่เป็นเฉพาะภาครัฐเท่านั้น 4) กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป ขณะนี้อนุกรรมการแต่ละด้านกำลังพิจารณาว่าจะให้อะไรเป็นหมัดน็อคในการปฏิรูปการศึกษาที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงๆ โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำกับคุณภาพ เมื่อจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาแล้วเสร็จจะได้นำขึ้นรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผ่านทางเว็บไซต์และนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป คาดว่าอย่างช้าคือประมาณต้นเดือนกันยายน

รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษา กล่าวว่า โดยอาศัยกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา 258จ เป็นหลัก  แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้จัดประเด็นปฏิรูปการศึกษา เป็น 6 ประเด็น คือ 1) ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็ก และเด็กก่อนวัยเรียน 2) ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการลดความลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งในแง่ของเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษต่างๆ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หรือว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาว่าจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร เรื่องของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่มีช่องว่างหรือมีประเด็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพ 3) ประเด็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับครูทั้งระบบตั้งแต่การผลิต การคัดกรองผู้ที่มีความเหมาะสม การพัฒนาครู การดูแลเรื่องวิชาชีพครู 4) ประเด็นของการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่หลักสูตรฐานสมรรถนะ เรื่องของสถาบันหลักสูตร เรื่องของ Digital Platform และอื่นๆ 5) ประเด็นของโครงสร้าง ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อจะสนับสนุนการปรับปรุงการเรียนการสอน สถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระ ข้อเสนอที่เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ  ระบบฐานข้อมูล Big Data ทางด้านการศึกษา รวมถึงเรื่องของระบบงบประมาณทางด้านการสนับสนุนการศึกษาที่จะมีในอนาคต 6) การทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ และการทำกฎหมายลำดับรอง ซึ่งแผนปฏิรูปจะช่วยทำให้การปฏิรูปครั้งนี้ได้รับการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ บรรลุผลอย่างที่ตั้งใจไว้

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ได้นำข้อมูลมาอย่างน้อย 4 ส่วน คือ 1) จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 54 และมาตรา 258 จ. 2) จากยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ในส่วนที่พูดถึงการศึกษา 3) จากแผนการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ที่พูดถึงด้านการศึกษา 4) จากนโยบายของคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี โดยแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานี้จะเขียนเฉพาะประเด็นปฏิรูปใหญ่ๆ และเป็นประเด็นปฏิรูปที่จะส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ท่านประธานพูดว่าเอาเฉพาะหมัดน็อคเท่านั้น โดยแผนจะออกมาเป็น 3 ระยะ ระยะแรกคือ 9 เดือน ระยะที่สองซึ่งเป็น Quick win 3 ปี ระยะที่สาม 5-10 ปี ซึ่งในการเขียนนี้จะใช้กรอบตามที่แผนปฏิรูปประเทศด้านอื่นๆทั้ง 11 ด้าน คือ จะกล่าวถึงเป้าหมาย กิจกรรม และเครื่องมือที่จะทำให้เกิดผลในเรื่องของกฎหมายหรือวิธีการ