ข่าวประชาสัมพันธ์

December 8, 2017

กอปศ. เสริมทีมแข็งขัน
พร้อมเป้าหมายหลักในการปฏิรูป
การศึกษาไทย

ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระครั้งที่ 30/2560 เมื่อวันพุธที่ 6 ธันวาคม 2560 ว่าที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้ รองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ  ปฏิบัติหน้าที่รองประธานกรรมการ คนที่ 1  และผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ปฏิบัติหน้าที่รองประธานกรรมการ คนที่ 2  รวมทั้งยังได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งประธานอนุกรรมการด้านต่างๆ ดังนี้
1) รองศาสตราจารย์ศิริเดช สุชีวะ เป็นประธานอนุกรรมการครูและอาจารย์
2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
3) รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ เป็นประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2-3 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำกรอบแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา  โดยเป้าหมายมองผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อผลการปฏิรูปในภาพรวมร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปด้านอื่นๆซึ่งมีอายุ 5 ปี  แต่เนื่องจากคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษามีอายุ 2 ปี  จึงได้ตั้งเป้าหมาย 5 ปี  โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เป้าหมายผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปการศึกษาที่จะเกิดขึ้นโดยคณะกรรมการอิสระฯ ซึ่งทำงานมาแล้ว 6 เดือน และจะไปสิ้นสุดในอีก 1ปีครึ่ง   และสิ่งที่คาดว่าจะเกิดหลังจากนั้นเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ใน 5 ปีข้างหน้า   เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมี 4 เรื่อง คือ

1. ความเสมอภาคทางการศึกษา/การลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษา ประกอบด้วย 1)การเข้าถึงการศึกษา ทั้งนี้รวมถึงคนที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วด้วย  2) การเลือกโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับศักยภาพและความถนัดของผู้เรียน 3)โอกาสจะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้จากความถนัดของตน โดยมองไปถึงผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนแต่ละคน  ซึ่งในส่วนนี้ปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ…. กำลังผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ซึ่งคาดว่าจะออกมาทันกำหนดที่ตั้งไว้ในเดือนเมษายน 2561

2. ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีสมรรถนะตามความต้องการของประเทศ ทำให้เกิดคุณภาพ มีความรู้ ทักษะ เจตคติที่ถูกต้อง ทันสมัย ทันเวลา รวมถึงความมีคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน โดยมุ่งที่จะให้เป็นคุณธรรมที่ไปปรับเปลี่ยนค่านิยมหลักของทั้งบุคคล ครอบครัว สังคม และประเทศ  เป็นคนดี มีวินัย  ภูมิใจในชาติ  เน้นวาระแห่งชาติ  รวมทั้งการป้องกันทุจริตกับการปรองดองซึ่งน่าจะเป็นผลของการปฏิรูปการศึกษาด้วยเช่นกัน

3. การมุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นความจำเป็นของประเทศที่จะเจริญก้าวหน้าที่จะเทียบเคียงประเทศอื่นๆได้ เน้นอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเป็นหลัก

4. ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล

นอกจากเป้าหมายทั้ง 4 ข้างต้นแล้วยังได้มีการมองไปถึงการนำดิจิทัลมาปรับใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งจะเป็นบทบาทสำคัญที่จะมุ่งไปถึงการลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มคุณภาพการศึกษา  แม้แต่การเพิ่มคุณธรรม จริยธรรม  และได้มีการพูดถึงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ  จึงเห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้การปฏิรูปการศึกษาง่ายมากขึ้น