ข่าวประชาสัมพันธ์

January 17, 2018

กอปศ. ขับเคลื่อนการปฏิรูปครูและอาจารย์

เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๑ ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ ๓/๒๕๖๑ ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยการประชุมในวันนี้มีการพิจารณาเรื่องการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ ๓ (ภาคกลาง) และแผนการดำเนินงานสื่อสารสังคม

ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา กล่าวโดยสรุปว่า วันนี้เป็นวันครู คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษานอกจากจะจัดประชุมแล้วยังได้จัดพิธีระลึกถึงครูด้วย เพราะไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรหรือว่าจะสูงวัยแล้ว ก็ยังคงเป็นนักเรียนอยู่ ปัญหาเรื่องครูเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อน ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้เข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยและข้อเท็จจริงต่างๆ ในเรื่องของครู เพื่อจะเป็นข้อมูลให้ กอปศ. ได้พิจารณาเพื่อวางแนวทางในการปฏิรูปครูและอาจารย์ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันการเคารพและศรัทธาต่อครูลดลงไป จึงตั้งเป้ายกระดับความศรัทธาของความเป็นครูกลับคืนมา ซึ่งอาจจะเป็นบทบาทของคุรุสภาและคณะกรรมการสภาการศึกษา ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้

รองศาสตราจารย์ทิศนา แขมมณี กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า การปฏิรูปครูและอาจารย์มีปัญหาแบ่งออกเป็น  ๔ เรื่อง ได้แก่ ๑) การผลิตครู สถาบันผลิตครูมากเกินไปหรือไม่ผลิตในบางสาขาวิชา หลักสูตรเน้นทฤษฎีมาก ปฏิบัติน้อย  บัณฑิตไม่เกิดสมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำหน้าที่ครูอย่างมีคุณภาพ อาจารย์ขาดความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการสอน ไม่สามารถเป็นตัวแบบที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจได้ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพไม่เข้มข้น ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาครูให้มีคุณภาพและการหล่อหลอมจิตวิญญาณความเป็นครู จึงมีการกำหนดสมรรถนะที่จำเป็นของบัณฑิต ๒) การคัดกรอง ไม่มีสมรรถนะหลักที่เป็นมาตรฐานกลางในการคัดเลือกครูเข้าทำงาน ระบบการคัดเลือกไม่มีเอกภาพ ทำให้ไม่ได้ครูที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน ครูไม่กระจายตัวไปยังพื้นที่ขาดแคลน ขาดระบบจูงใจครูให้ไปทำงานในพื้นที่ขาดแคลน ไม่มีระบบการพัฒนาและประเมินครูผู้ช่วยอย่างจริงจังก่อนเลื่อนขึ้นเป็นครูชำนาญการ ผู้สอนวิชาเฉพาะทางในโรงเรียน เช่น ครูช่าง ไม่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพครู เพื่อเป็นครูได้ ๓) การพัฒนา ครูปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าทางการศึกษา และยังไม่สามารถปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนให้เกิดประสิทธิผล ครูได้รับการพัฒนาไม่ทั่วถึงเท่าเทียมกัน หลักสูตรพัฒนาครูมักเป็นไปตามความพร้อมของผู้จัด ไม่ ได้มาจากความต้องการของครู วิธีการพัฒนาครูใช้การอบรมระยะสั้นซึ่งมักเน้นทฤษฎี มีการฝึกปฏิบัติน้อย ไม่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอน การพัฒนาไม่ได้ช่วยพัฒนาสมรรถนะครูให้สูงขึ้น ครูมีระดับความสามารถและความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนได้รับการพัฒนาเหมือนกันหมดทั้งในด้านเนื้อหาและวิธีการ ครูไม่มีระบบการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากขาดครู ครูต้องสอนคละชั้นทุกวิชาทำให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ไม่ดีเท่าที่ควร และ ๔) เส้นทางวิชาชีพ ครูมีภาระนอกเหนือจากการสอนจำนวนมาก เช่น งานธุรการ ทะเบียน บัญชี พัสดุ รวมทั้งการต้องเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆ ในวันหยุด ครูจึงไม่มีเวลาในการเตรียมการสอน ความก้าวหน้าทางวิชาชีพของครูยังไม่ได้อยู่ในพื้นฐานของความสามารถ และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานของครู ที่ส่งถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเพื่อให้ได้วิทยฐานะยังไม่เหมาะสม เมื่อได้รับการเลื่อนระดับวิทยฐานะแล้ว ครูไม่ได้มีการพัฒนาตนเองและ พัฒนางาน โรงเรียนมีความต้องการนักเทคโนโลยีการศึกษาเข้ามาช่วยในด้านการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และการสอน

ทั้งนี้ กอปศ. ได้กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ ๓ (ภาคกลาง) ขึ้นในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ณ จังหวัดอยุธยา โดยมีประเด็นในการระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาการศึกษาตามรัฐธรรมนูญใน ๗ เรื่อง ได้แก่ เด็กเล็ก อาชีวศึกษา ครูและอาจารย์ การจัดการเรียนการสอน ปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อุดมศึกษา และการศึกษาเอกชน