ข่าวประชาสัมพันธ์

January 25, 2018

กอปศ. ชูประเด็น พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นตัวหลักของการปฏิรูป

ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่าในการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 ได้มีการพิจารณา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. โดยที่ประชุมมีความคิดเห็นตรงกันว่า พรบ.การศึกษาแห่งชาติ จะเป็นตัวหลักของการปฏิรูป  โดย พรบ. ฉบับนี้ควรจะเป็นกฎหมายหลักที่ไม่ลงลึกถึงรายละเอียด  แต่จะเน้นประเด็นสำคัญ  หลังจากนั้นค่อยไปออกกฎหมายลูกที่เขียนรายละเอียดของแต่ละเรื่องไว้  การเปลี่ยนแปลงนี้คงไม่ใช่การรื้อใหม่ทั้งหมด  รายละเอียดที่อยู่ใน พรบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับเดิมยังปรากฎอยู่ในร่างพรบ.ฉบับใหม่นี้  แต่มีการเพิ่มเติมบางเรื่องให้ทันสมัยสอดคล้องกับสภาวะโลกปัจจุบัน  เช่น เรื่องของความรู้  ระบบการศึกษา บทบาทของภาครัฐกับภาคเอกชน  บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชน  การปฏิวัติดิจิทัลที่ทำให้มีโอกาสมากยิ่งขึ้น  โลกาภิวัฒน์ และการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศ  การศึกษาของไทยต้องเทียบได้กับระดับนานาชาติ  มีการเปลี่ยนการวัดจากเนื้อหาสาระเป็นสมรรถนะ  เนื่องจากทักษะสมรรถนะที่เหมาะสมสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นสิ่งจำเป็นในการปรับตัว  นอกจากนี้โรงเรียนควรมีความเป็นอิสระในการบริหารงานรวมถึงการศึกษานอกระบบโรงเรียน  และการศึกษาตามอัธยาศัยจะมีความสำคัญมากขึ้น

รศ.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า ได้มีการกำหนดกรอบแนวคิดร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติ และหลักการเพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากฝ่ายต่างๆ  ในเรื่องของสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานการจัดระบบการศึกษา  เดิมได้มีการจัดระบบไว้เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่ต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาประเทศและสังคมโลก  จึงมีการทบทวนใหม่ซึ่งจะจัดเป็นการศึกษาตามระบบ หมายถึง การศึกษาที่อยู่ในระบบโรงเรียน นอกโรงเรียน และการศึกษาทางเลือก  โดยเฉพาะการศึกษาทางเลือกเป็นแนวทางที่สำคัญอันจะนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมและความหลากหลายทางการศึกษา   นอกจากการศึกษาตามระบบแล้วยังแบ่งเป็นการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต  เป็นการศึกษาที่ต่อยอดในเรื่องของสมรรถนะของประชาชนในวัยต่างๆ เพื่อรองรับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป  การจ้างงานที่เปลี่ยนไป  โดยที่ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในการศึกษาตามระบบโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย  และการศึกษาตามอัธยาศัยซึ่งเดิมมีอยู่แล้ว  แต่ครั้งนี้การศึกษาตามอัธยาศัยต้องมองหาระบบกลไก แนวทาง และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้การศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรู้ของประชาชนชัดเจนขึ้น และเห็นเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเรื่องของระดับการศึกษา ที่แบ่งออกเป็น การศึกษาก่อนวัยเรียนที่มุ่งเน้นเด็กเล็ก  การศึกษาระดับขั้นพื้นฐานตั้งแต่ ป.1-ม.3  และการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษาที่มีทั้งสายสามัญและสายอาชีพ   แต่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้มุ่งเน้นในเรื่องของเด็กมากขึ้น   เพราะฉะนั้นการศึกษาจึงต้องมีความจำเป็นที่จะต้องวางเรื่องการศึกษาก่อนวัยเรียนลงไปก่อนที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน   ในส่วนของกลไกเรื่องนโยบายทางด้านการศึกษาต้องสร้างความชัดเจน 5 เรื่อง คือ 1)นโยบาย 2) การกำกับดูแล 3) ผู้ปฏิบัติ 4) หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน และ 5) หน่วยงานทางด้านทรัพยากรหรืองบประมาณ

ทั้งนี้ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561  กอปศ. จะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ครั้งที่ 3 ภาคกลาง) ที่โรงแรมวรบุรี อโยธยา คอนเวนชั่น รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา