Knowledge Base

July 12, 2019

เสียงสะท้อนประสบการณ์การปฏิรูปการศึกษา : ตอนที่ ๑ “จัดทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ”

เสียงสะท้อนประสบการณ์การปฏิรูปการศึกษา : ตอนที่ ๑
“จัดทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ”

รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์
อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

         ในฐานะผมที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) และเป็นประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา มีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ และเพื่อนร่วมงานหลายคนมาคุยด้วย ขอให้เล่าที่มาที่ไป หลักการและเหตุผลสั้นๆ เกี่ยวกับร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ว่าจะมีส่วนสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาที่ประชาชนและระบบการศึกษาของไทยจะได้ประโยชน์อย่างไร

          ผมจึงขอบันทึกประสบการณ์และข้อคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไว้เป็นเรื่องๆ เป็นตอนสั้นๆ ด้วยภาษาง่ายๆ หากเป็นประโยชน์กับหลายท่านที่จะนำไปศึกษา หรือมีโอกาสช่วยกันผลักดันกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่ กอปศ. และรัฐบาลได้พยายามให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาของประเทศต่อไป

          สิ่งที่มักเป็นข้อสงสัยของหลายท่านประการหนึ่ง คือ “ทำไมต้องใช้กฎหมายในการปฏิรูปการศึกษา” เมื่อเป็นเรื่องการศึกษา ก็ควรเป็นเรื่องทางวิชาการที่นักการศึกษาเขาจะพูดคุยกัน หาแนวทางและปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน พัฒนาครูอาจารย์ และอื่นๆ เพื่อให้การศึกษาดีขึ้น ความเชื่อดังกล่าวนั้นมีข้อเท็จจริงอยู่มาก แต่ในทางปฏิบัติระบบการศึกษาของเราขึ้นอยู่การขับเคลื่อนจากภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ ทั้งด้านทิศทางนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และแม้แต่การจัดการศึกษาเอง ที่สถานศึกษาและบุคลากรส่วนใหญ่เป็นของภาครัฐ ทำให้หลีกเลี่ยงได้ยากที่จะต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดำเนินการ การทบทวนของ กอปศ. พบว่า ในระบบการศึกษาของไทย มีการใช้กฎหมายในระดับต่างๆ อยู่มากกว่า ๑๐๐ ฉบับ ตั้งแต่พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฏีกา กฎกระทรวง รวมถึงระเบียบ และประกาศต่างๆ ที่ออกตามมา โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายแม่บทเหล่านั้น นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๕๔ ยังบัญญัติถึงการมีและใช้ประโยชน์ของกฎหมายการศึกษาแห่งชาติไว้ด้วย (นับเป็นกฎหมายเพียงไม่กี่เรื่องที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับ “แผนการศึกษาแห่งชาติ”)

กอปศ. จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายการศึกษาแห่งชาติใหม่ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจัดทำในรูปแบบเสมือนเป็นธรรมนูญทางการศึกษา ซึ่งการนำไปสู่การปฏิบัตินั้น หลายๆ ส่วนต้องมีการออกหรือปรับปรุงกฎหมายอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกัน หรือบัญญัติกฎหมายลำดับรองในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ ในความเห็นของผม กฎหมายฉบับใหม่นี้จะทำหน้าที่ (๑) จัดระบบการจัดการศึกษาของประเทศใหม่ ให้มุ่งเป้าหมายที่สำคัญ ยืดหยุ่น รองรับความหลากหลายของอนาคต และสร้างความรับผิดรับชอบของผู้เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง (๒) ปลดล็อคปัญหาและอุปสรรคที่พบในระบบการศึกษาไทยในช่วงที่ผ่านมา และ (๓) เป็นแหล่งอ้างอิงและชี้นำการปรับปรุงและพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ

ในด้านต่างๆ สร้าง Legitimacy ให้กับผู้ที่ต้องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของรัฐ และงานด้านวิชาการ วิจัยหรือสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ๔ เรื่อง ได้แก่ การยกระดับคุณภาพ การลดความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน และการสร้างประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลในระบบการจัดการศึกษา ขณะนี้ ร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติได้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว อยู่ระหว่างการปรับปรุงในบางส่วน และรอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในโอกาสต่อไป

          สาระสำคัญในร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่นี้ยังมีอีกหลายประการ ในตอนหน้าผมจะขอกล่าวถึง “แผนการศึกษาแห่งชาติ” ซึ่งแม้กฎหมายปัจจุบันจะกำหนดให้มีการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ได้กำหนดในเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติแตกต่างไปจากรูปแบบเดิม และมุ่งเน้นให้แผนดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อปฏิรูปการศึกษาและบริหารการพัฒนาระบบการศึกษาของไทยต่อไป