Knowledge Base

July 30, 2019

เสียงสะท้อนประสบการณ์การปฏิรูปการศึกษา : ตอนที่ ๓ “กฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการศึกษา”

เสียงสะท้อนประสบการณ์การปฏิรูปการศึกษา : ตอนที่ ๓ “กฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการศึกษา”

รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์
อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

                การจัดการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนตลอดชีวิตเป็นบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบที่พวกเราประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน การศึกษาของบุตรหลานไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคุณครูหรือโรงเรียน เราเองก็ต้องเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อพัฒนาตนเองและทำให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงควรมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

             การทำหน้าที่ของคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ตลอด ๒ ปี เราพบว่าการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการปฏิรูปการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้มุมมองที่มีต่อปัญหาและความท้าทายในระบบการศึกษาของไทยมีความกว้างขวางและหยั่งลึกไปถึงสาเหตุที่เป็นรากเหง้าของปัญหา ไม่ใช่เพียงแต่ “อาการ” ที่ปัญหาเหล่านั้นแสดงออกมา รวมถึงเสนอแนะแนวทางที่เป็นทางเลือกที่เป็นไปได้จริงของการแก้ปัญหาและพัฒนาการจัดการศึกษาไปในอนาคต กรณีศึกษาของการจัดการศึกษาจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในระดับโรงเรียน ชุมชนและจังหวัด เป็นตัวอย่างสำคัญที่บ่งชี้ว่าการมีส่วนร่วมและร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้ กอปศ. เอง ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและองค์กรจำนวนมากในการสร้างช่องทางการมีส่วนร่วม ทั้งในเชิงการสื่อสารให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณะรับรู้รับทราบสิ่งที่ กอปศ.ดำเนินการ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อรับฟังความคิดเห็น เช่น การจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่อกฎหมายและแผนปฏิรูปในประเด็นต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรับฟังแนวคิดจากประชาชนผู้สนใจ รายการโทรทัศน์และสื่อหนังสือพิมพ์เพื่อสื่อสารประเด็นสำคัญที่จะเสนอหรือได้เสนอไว้เพื่อการปฏิรูปการศึกษา สิ่งเหล่านี้เองจึงนำมาสู่ประสบการณ์ที่ทำให้เห็นถึงพลังการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงเพื่อยกระดับคุณภาพและขจัดความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาของประเทศ

             กอปศ. มีข้อสรุปว่า “การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นพลังที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง” ที่ต้องนำมาเป็นแนวทางหรือเครื่องมือเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดยร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่ร่างขึ้นได้กำหนดประเด็นสำคัญที่จะเอื้อ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาไว้ในทุกระดับ โดยวางแนวทางและกลไกต่างๆ ไว้เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้สรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

พลังสำคัญที่สุดของการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งส่วนร่วมในระดับปฏิบัติ ระดับนโยบายตั้งแต่โรงเรียน จังหวัด จนถึงส่วนกลาง จึงเป็นหลักการสำคัญที่ปรากฎไว้ในสาระของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….

             ๑) มีบทบัญญัติในร่างกฎหมายที่ระบุถึงสิทธิ บทบาทและหน้าที่ของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ควรเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น ให้บิดามารดามีบทบาทสำคัญในการดูแลให้บุตรของตนได้รับการดูแลและพัฒนาในช่วงเด็กเล็ก ให้สิทธิแก่บุพการีหรือผู้ปกครองที่จะจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน โดยให้เป็นหน้าที่ที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้าไปแนะนำ ให้ความรู้ สนับสนุน ช่วยเหลือและให้การอุดหนุน

             ๒) ให้เอกชนมีสิทธิในการจัดการศึกษาและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ร่วมบริหารหรือจัดการศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ จัดให้มีและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ รวมถึงให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพ ร่วมมือในการฝึกอาชีพ และสนับสนุนทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับผู้เรียนให้เกิดความเชี่ยวชาญ โดยอาจได้รับการอุดหนุนอย่างเป็นธรรมจากรัฐหรือสิทธิประโยชน์อื่นจากรัฐตามที่กฎหมายกำหนด  ทั้งนี้กฎหมายจะบัญญัติไว้ด้วยว่า รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสนับสนุนเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ผู้เรียนหรือสถานศึกษาเอกชนแทนการจัดการศึกษาเองก็ได้ตามหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดขึ้น ถ้ารัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่าการดำเนินการดังกล่าวประหยัดและมีประสิทธิภาพดีกว่าดำเนินการเอง

             ๓) ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน องค์กรชุมชนในพื้นที่ ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครูในการเข้ามาเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อทำหน้าที่กำกับ เสนอแนะหรือช่วยเหลือสถานศึกษาในการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย รวมถึงหน้าที่อื่นที่จะมีระเบียบกำหนดต่อไป  ทั้งนี้ร่างกฎหมายใหม่ฉบับนี้ได้กำหนดให้รูปแบบของคณะกรรมการสถานศึกษาให้มีรูปแบบหลากหลาย โดยคำนึงถึงความเป็นอิสระของการบริหารจัดการ ความรับผิดชอบ ขนาด ลักษณะ วัตถุประสงค์ ความพร้อมของสถานศึกษาที่อาจแตกต่างกัน

             ๔) ให้การจัดทำหลักสูตร ทั้งหลักสูตรต้นแบบและหลักสูตรของสถานศึกษาต้องมีการรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำ โดยเฉพาะหลักสูตรของสถานศึกษาที่อาจดำเนินการร่วมกับสถานศึกษาอื่น ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาคเอกชนได้  นอกจากนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ยังระบุให้การผลิตครูต้องดำเนินการให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน และให้ใช้ข้อมูลจากผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชนใกล้เคียงประกอบการพิจารณาในระบบการติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้วย

             ๕) ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันเป็นคณะบุคคล เช่น สมัชชา เพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ เสนอแนะ อุดหนุนหรือให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในจังหวัดนั้นหรือจังหวัดใกล้เคียงได้ โดยแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวกตามสมควรและให้หน่วยงานของรัฐ รวมถึงสถานศึกษารับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากคณะบุคคลนี้ด้วย นอกจากนี้ยังเสนอให้การบริจาคเงินเพื่อการดำเนินงานของคณะบุคคลดังกล่าวให้ได้รับการลดหย่อนภาษีอากรหรือหักเป็นรายจ่ายตาม
ประมวลรัษฎากรได้

             ๖) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการประชุมร่วมกันในระดับจังหวัดของประธานในคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะบุคคลข้างต้น โดยอาจหน่วยงานของรัฐ เอกชนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นร่วมด้วย เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน รวมทั้งเสนอแนะนโยบายหรือแนวทางในการพัฒนาการศึกษาที่มีความเหมาะสมกับจังหวัดของตน

             ๗) ในการบริหารจัดการระบบการศึกษาระดับประเทศ ร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่บัญญัติให้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากส่วนราชการและบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และแนวทางการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา  รวมทั้งบัญญัติให้มีการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ตลอดจนให้เปิดเผยรายงานประเมินผลการดำเนินการตามแผนการศึกษาแห่งชาติ และรายงานการใช้จ่ายทรัพยากรด้านการศึกษาต่อประชาชนให้รับทราบเป็นการทั่วไปด้วย

             กอปศ. ตั้งความคาดหวังว่า กฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่นี้ จะช่วยปลดล็อคอุปสรรคต่างๆ และสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการปฏิรูปและพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไปข้างหน้า ให้ทุกคนร่วมเป็นเจ้าของและร่วมกันดูแลระบบการศึกษาของประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลในการจัดการระบบการศึกษา  ไม่ใช่แต่เพียงการให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐอีกต่อไป

             ในตอนหน้า ผมจะขอกล่าวถึงภาพรวมของแนวทางที่สำคัญนอกเหนือจากการส่งเสริมการมีส่วนร่วมที่ได้มีการบัญญัติไว้ในร่างกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เสียงสะท้อนประสบการณ์การปฏิรูปการศึกษา : ตอนที่ ๑ “จัดทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ”
เสียงสะท้อนประสบการณ์การปฏิรูปการศึกษา : ตอนที่ ๒ “แผนการศึกษาแห่งชาติ”