ข่าวประชาสัมพันธ์

November 5, 2018

กอปศ. รับฟังความคาดหวังของสถานประกอบการในการปฏิรูปการศึกษา

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ความคาดหวังในการปฏิรูปการศึกษาของเครือข่ายสถานประกอบการ โดยประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา) เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงาน 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้แทนสภาอุตสาหกรรม ผู้แทนหอการค้า ผู้แทนสถานประกอบการ ผู้แทนสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ผู้แทนสมาคมโรงแรมไทย ตลอดจนผู้แทนสถานศึกษาในสังกัด ศธ. จำนวน 150 คน ร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณจรัส สุวรรณเวลา ประธาน กอปศ. ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ” ความสำคัญตอนหนึ่งว่า สังคมไทยทุกภาคส่วนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ร่วมรับผิดชอบและช่วยกันดำเนินการในแต่ละส่วน เรามาถึงจุดที่โลกเปลี่ยนแปลงไป การศึกษามุ่งเน้นการสร้างสมรรถนะรองรับประเทศไทย 4.0 ต้องเปลี่ยนแปลงทางความรู้ทั้งการสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และทักษะด้านดิจิทัลเพื่อนำไปสู่การสร้างอนาคตประเทศ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่มุ่งเน้นการสร้างคนดี มีวินัย รักภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญตามความถนัด มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างคนไทยที่พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล และเป็นแนวทางการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับคนทุกเพศและทุกวัยที่มีความหลากหลาย ผลการดำเนินงานของ กอปศ. ที่มีเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาครอบคลุม 4 วาระหลัก ประกอบด้วย 1) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2) ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา 3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ 4) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และมีธรรมาภิบาล ซึ่งปรากฏผลงานอย่างเป็นรูปธรรมแล้วคือ การยกร่างกฎหมาย จำนวน 7 ฉบับ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.การพัฒนา เด็กปฐมวัย พ.ศ. …. อยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นต่อไป ขณะที่ ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. …. ร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. …. อยู่ระหว่างเสนอ ครม. เพื่อพิจารณา รวมถึงร่าง พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. …. อยู่ในขั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่ประชุมได้ร่วมกันอภิปรายรับฟังความคิดเห็น หัวข้อ “การผลิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาประเทศในมุมมองของภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคการท่องเที่ยว” โดย นายวีรวัฒน์ วรรณศิริ ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาคการศึกษา เพิ่มพูนการเรียนรู้และต่อยอดความคิดและการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เห็นด้วยกับการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา และมีความเชื่อมั่นว่าคุณภาพการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญในระบบแรงงาน ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพทักษะของผู้ใช้แรงงาน ความเสี่ยงคือการใช้คนที่มีแนวโน้มน้อยลง เพราะการแข่งขันทางธุรกิจสูงมาก ภาคผู้ประกอบการจำเป็นต้องลดต้นทุนและผลิตผลงานออกมาให้ได้มากที่สุด จึงมีแนวโน้มใช้หุ่นยนต์ หรือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาทดแทนกำลังคน อย่างไรก็ตาม หากเลือกใช้คนทำงานก็ต้องเลือกทรัพยากรที่มีคุณภาพสูงที่สุด ดังนั้น ผลผลิตของทรัพยากรมนุษย์ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาคือ มหาวิทยาลัยต้องผลิตกำลังคนให้มีสมรรถนะและทักษะการทำงานคุณภาพสูงเช่นกัน ไม่ได้เรียนรู้เพื่อก้าวตามแต่ต้องสร้างมันสมองที่คิดนอกกรอบ นอกจากนี้ ยังต้องการกำลังคนที่มีคุณธรรมจริยธรรมอีกด้วย

ผู้แทนภาคการเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หลักสูตรการศึกษาต่าง ๆ ควรปรับปรุงเพื่อสร้างความสอดคล้องกับการเรียนรู้เพื่อทำงานมีอาชีพ เมื่อรู้แล้วต้องนำไปใช้ได้ และปรับเปลี่ยนแนวคิดในการเรียนรู้ให้รู้จักความผิดพลาด กล้าตัดสินใจ รองรับการเรียนรู้ในโลกปัจจุบันซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลานำไปสู่การใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ภาคเอกชนพร้อมร่วมมือกับภาคการศึกษาในการบริหารจัดการหลักสูตรการศึกษา

ด้านผู้แทนเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพี มีข้อเสนอ 6 ประการ เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จำเป็นต่อภาคอุุตสาหกรรมการทำงานในอนาคต 1.ปฏิรูปการศึกษาโดยเริ่มต้นในห้องเรียน ไม่ใช่ปรับโครงสร้าง ศธ. แต่ต้องเริ่มจากตัวเด็ก 2.สร้างความโปร่งใสและความทัดเทียมในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษาและองค์ความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล สร้างฐานข้อมูลอาชีพและเส้นทางความก้าวหน้าในการทำงานให้สามารถตรวจสอบและใช้ช้อมูลตัดสินใจได้ 3.สร้างกลไกการตลาด ในการเลือกอาชีพของเด็ก เพื่อสร้างความหลากหลายในการประกอบอาชีพในอนาคต สร้างความเชื่อมโยงการสร้างสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนตั้งแต่เด็ก 4.การให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เรียนที่มีความสามารถ และส่งเสริมการพัฒนาในทุกด้าน 5.การบริหารจัดการหน่วยงานด้านการศึกษาที่ใช้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างบรรทัดฐานบุคลากรด้านการศึกษาของภาครัฐ และ 6.สร้างองค์ความรู้และทักษะการใช้สื่อดิจิทัลให้แก่เด็ก รู้จักการใช้สื่อดิจิทัล

ผู้แทนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาคเอกชนคาดหวังคนทำงานที่มีสมรรถนะ ทักษะ สามารถสร้างคุณค่าในตัวเองได้ และใส่ใจรายละเอียดในการทำงาน สร้างการเรียนรู้ในตนเองได้ตลอดเวลา รองรับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ยอมรับความผิดพลาด เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น จะเป็นกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการศึกษายุค 4.0

ผู้แทนอมตะ กล่าวว่า ต้องการผู้เรียนที่มีความคิดเป็นระบบ ควรสร้างหลักสูตรเพื่อต่อยอดความคิดนอกกรอบ คิดข้ามขั้นได้ สร้างครูผู้สอนที่เปิดกว้างทางความคิด ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองได้ รู้จักพัฒนาแนวคิดที่เปิดกว้าง จะเป็นการสร้างบุคลากรที่ดีและมีคุณภาพสูงต่อไป