ข่าวประชาสัมพันธ์

November 12, 2018

กอปศ. เร่งแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก แบกรับค่าใช้จ่ายสูง

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ครั้งที่ 49/2561 เมื่อวันที่ ุ6 พฤศจิกายน 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา   และได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุม กอปศ. ครั้งนี้ได้พิจารณาเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมให้ข้อมูล โดยในปี พ.ศ. 2561 มีโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด 15,089 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 50.11 ของจำนวนโรงเรียนทั่วประเทศ ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กมีความซับซ้อน โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากโรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบประมาณตามจำนวนนักเรียนน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า  ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กต้องแบกรับค่าใช้จ่าย  ขาดอุปกรณ์การเรียนการสอน และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเรียนการสอนลดลง หากมีนโยบายให้นักเรียนของโรงเรียนขนาดเล็กเรียนร่วมกับโรงเรียนแม่เหล็ก หรือ โรงเรียนแกนนำในพื้นที่ จะทำให้ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางเพิ่มขึ้นจนอาจไม่อยากส่งบุตรหลานไปโรงเรียน ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาไปอย่างน่าเสียดาย

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม กอปศ. เห็นว่า หากไม่มุ่งประเด็นคุณภาพวิชาการ โรงเรียนขนาดเล็กก็ถือว่ามีความได้เปรียบเรื่องความใกล้ชิดของครูและนักเรียน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดด้านการสอนเพื่อสร้างสมรรถนะการเรียนรู้ให้เด็กได้ฝึกฝนจนสามารถดึงความรู้และทักษะที่มีอยู่ในตัวเองออกมาได้ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อให้ทราบถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง



นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สพฐ. ได้ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) โดยเสนอให้ปรับรูปแบบวิธีการบริหารจัดการโดยใช้โครงการโรงเรียนแม่เหล็ก ซึ่งเป็นโรงเรียนแกนนำที่ให้นักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กได้เรียนกับครูครบทุกรายวิชาและใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนร่วมกัน รวมถึงการจ้างครูธุรการที่หมุนเวียนงานตามโรงเรียนขนาดเล็กในกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาจะต้องคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกันในแต่ละโรงเรียน เช่น โรงเรียนทุกแห่งต้องใช้หลักสูตรแกนกลางรูปแบบเดียวกัน  แต่ครูและสิ่งแวดล้อมที่เด็กใช้ในการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน วิธีการดังกล่าวอาจไม่สามารถพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ที่ประชุม กอปศ. ได้มีมติให้ สพฐ. ศึกษาวิจัยเพิ่มเติมโดยจัดกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก ตามบริบทและปัญหาอุปสรรคที่แตกต่างกัน เพื่อหารูปแบบไปบริหารจัดการเพื่อเปลี่ยนแปลงโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพต่อไป