ข่าวประชาสัมพันธ์

November 19, 2018

กอปศ. ชูประเด็นการประกันคุณภาพด้วยประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็งและสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 50/2561 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา รองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานกรรมการคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมและได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า


ที่ประชุมในวันนี้ได้มีการพิจารณาเรื่องของการประกันคุณภาพ หลักการประกันคุณภาพตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติที่ผ่านครม. แล้ว และจะเริ่มเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในสัปดาห์หน้า โดยได้อภิปรายเกี่ยวกับหลักการที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและข้อกำหนดด้านคุณภาพการศึกษาในการประกันคุณภาพและการประเมินคุณภาพการศึกษาโดยหน่วยงานภายนอกคือโดย สมศ. หลักคิดของ กอปศ. คือ หลักการของการปฏิรูปการศึกษาคือเพื่อเพิ่มคุณภาพในการจัดการศึกษา ถ้าพูดถึงประกันคุณภาพก็จะหมายถึงการเน้นไปที่การประกันคุณภาพภายในที่มีมาตราการประกันคุณภาพภายใน การประเมินคุณภาพโดยองค์กรภายนอกซึ่งไม่จำเป็นที่จะเป็น สมศ. อย่างเดียว ในอนาคตก็เป็นเรื่องของการรับรองคุณภาพ การประกันคุณภาพคือโรงเรียนจะทบทวนและก็ปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ หัวใจสำคัญที่สุดของการดูแลเรื่องคุณภาพต้องใช้พลังข้างใน


รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่าสาระสำคัญที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติซึ่งขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของทางกฤษฎีกา มาทบทวนดูอีกครั้งหนึ่งว่าในเชิงระบบการประกันคุณภาพซึ่งจะเป็นสิ่งที่ระบบส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการสถานศึกษาการประเมินคุณภาพโดยหน่วยงานภายนอกหลักการจะเป็นอย่างไร จะดำเนินการร่วมกันอย่างไร โดยจะเน้นการพัฒนาคุณภาพเป็นสำคัญข้อกำหนด คุณภาพที่จะเกิดขึ้นจะมีความยืดหยุ่นเพื่อจะรองรับความแตกต่างหลากหลายที่จะเกิดขึ้น จะวางสิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่างไร ใครเป็นผู้ดำเนินการบทบาทนี้ ได้มีการมอบหมายทางอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงอนุโครงสร้างซึ่งจะทำหน้าที่ดูเรื่องของกลไกในกระทรวงศึกษาธิการไปศึกษาเพิ่มเติมว่าเพื่อที่จะให้มีคนเข้ามาช่วยเหลือสถานศึกษาในการที่จะมาพัฒนาคุณภาพและดำเนินเรื่องการประกันคุณภาพให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ก็ต้องมีการปรับปรุงข้อกำหนดและก็ร่างกฏกระทรวงใหม่เพื่อจะทำให้หน่วยงานทางด้านนี้มีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลในการที่จะเพิ่มและข้อมูลป้อนกลับเป็นแผนพัฒนาคุณภาพและก็เอาไปใช้ในระดับต่างๆ มากขึ้น

มีการพูดถึงกลไกสนับสนุนว่าที่ผ่านมา อาจมีส่วนนี้ที่จะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อมีข้อเสนอแนะให้สถานศึกษาต้องปรับปรุงคุณภาพ หน่วยงานที่อยู่แวดล้อมสถานศึกษาหน่วยงานต้นสังกัดรวมทั้งบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการจะเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นอย่างไรในการที่จะทำให้สถานศึกษามีการยกระดับคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น ระบบใหม่ เรียกว่าเป็น 3 Loop หรือ 3 วง ประกอบด้วย วงที่ 1 คือ ให้ข้อมูลป้อนที่ตัวสถานศึกษา ซึ่งจะทำการทบทวนปรับปรุง วงที่ 2 คือ ไปที่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานสนับสนุนเพื่อจะให้มีหน่วยงานส่งเสริมและประสานการประกันคุณภาพเข้าไปช่วยวิเคราะห์และก็ช่วยดำเนินการบางอย่างที่จะเอาระบบสนับสนุนภายนอกเข้าไปช่วยสถานศึกษานั้นๆ และวงที่ 3 เป็นวงบนสุด คือว่าเป็นข้อมูลกลับไปที่นโยบายการศึกษาแห่งชาติเพื่อจะเอามามองเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติรวมทั้งนโยบายทางด้านคุณภาพต่างๆ การจัดสรรคทรัพยากรและอื่นๆ เพื่อจะช่วยในภาพใหญ่อีกทีหนึ่ง

นอกจากนี้ เราต้องไปสร้างวัฒนธรรมคุณภาพเข้าไปในองค์กรในโรงเรียน เพื่อให้เกิดการประกันคุณภาพอย่างเข้มแข็ง ซึ่งวัฒนธรรมคุณภาพอย่างน้อยมีองค์ประกอบสามอย่างอันที่หนึ่งคือทำอย่างไรให้ระบบสนใจผู้เรียนเป็นหลัก ประการที่สองสำคัญมากคือสนใจที่กระบวนการหรือที่วิธีทำงานที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้เรียน นับเป็นหัวใจสำคัญ เราต้องเชื่อเรื่องการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ส่วนอันที่สามสุดท้ายเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพก็คือว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้คือว่าคนเราต้องมีการติดตามทบทวนตัวเองและก็ปรับปรุงอยู่เสมอ

เป้าหมายโดยรวมของคณะกรรมการอิสระก็คือเราก็ต้องทำทั้งหมดเป็นข้อสรุปเสนอให้เสร็จภายในพฤษภาคม เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่สอดคล้องกับองค์ประกอบที่จะอยู่ในร่างกฏหมายการศึกษาแห่งชาติที่จะผ่านสภาไป ก็จะกลายเป็นประเด็นร่างกฏกระทรวงซึ่ง กอปศ. ก็จะทำเพื่อเสนอไว้กับกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมในขั้นตอนต่อไป


นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จะมีคำที่ต่างจากเดิมเช่น เดิมเราจะมีคำว่าประกันคุณภาพภายในกับการประกันคุณภาพภายนอก ฉบับใหม่จะมีแค่การประกันคุณภาพ ส่วนการประกันคุณภาพภายนอกจะไม่มีจะเป็นแค่ประเมินคุณภาพ และที่เพิ่มเข้ามาคือการรับรองคุณภาพโดยหน่วยงานภายนอก โดยสถานศึกษาในแต่ละแห่งไปกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพหรือมาตรฐานของตัวเอง ทำการพัฒนาไปและก็ประเมินตนเอง แล้วรายงานและก็หน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยเสริมเพราะฉะนั้นประเมินของหน่วยงานภายนอกโดยเฉพาะของ สมศ. ไม่ได้มาประเมินเพื่อตัดสินว่าโรงเรียนนี้ผ่านสถานศึกษาหรือผ่านหรือไม่ผ่านแต่จะเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาจะประเมินเพื่อจะมาบอกว่าที่กำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพหรือมาตรฐานไว้ระดับนี้ใช่หรือไม่ พัฒนาปรับปรุงอะไรอย่างไรที่จะทำให้สถานศึกษาดีขึ้น