ข่าวประชาสัมพันธ์

November 26, 2018

กอปศ. ระดมสรรพกำลังปฏิรูปอาชีวศึกษา เร่งมาตรฐานครู ความร่วมมือจากภาคเอกชนและกองทุนเพื่อความเสมอภาค

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 51/2561 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยรองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณา เรื่อง “สภาพปัญหา แนวทาง และยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา”




รองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ ได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสภาพปัญหาการผลิตและพัฒนาครูอาชีวศึกษารวมถึงแนวคิดที่จะนำสู่การปฏิบัติและตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหา แนวทางและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา  ทั้งนี้ กอปศ. มองเห็นว่ามาตรฐานของครูอาชีวศึกษา เป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปอาชีวศึกษา ครูก็คือหัวใจสำคัญของการปฏิรูปทุกเรื่องเพราะถ้าครูไม่ได้รับการพัฒนา ก็ยากที่จะปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน  และทำอย่างไรที่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจในการเรียนอาชีวะ  ปัจจุบันกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาได้เข้ามาสนับสนุนในเรื่องนี้โดยส่งเสริมให้ทุนกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในกลุ่มยากจน 20 เปอร์เซ็นสุดท้ายของประเทศส่งเสริมให้เรียนอาชีวะ รวมทั้งให้เงินกับสถาบันอาชีวศึกษาพัฒนาตัวเองด้วย โดยจัด Enrichment Program ให้กับเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ เพราะว่าการที่เขามาจากกลุ่มที่เรียกว่าด้อยโอกาสเขาก็จำเป็นที่ต้องได้รับการพัฒนาเสริมคุณลักษณะเพิ่มเติมจากเด็กทั่วไป อย่างเช่นการเสริมด้านภาษาอังกฤษ ด้าน IT เพิ่มเติมจากหลักสูตรทั่วไป ส่วนมากเป็นสถาบันอาชีวศึกษาในต่างจังหวัดเพื่อนโยบายผลิตนักเรียนที่มาเรียนอาชีวะและกลับไปทำงานในพื้นท้องถิ่นของตนเอง โครงนี้จะเริ่มในปีการศึกษาหน้าและกำลังประกาศรับสมัครสถาบันที่จะเข้ามาร่วมโครงการ


นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา กล่าวว่า แนวทางปฏิรูปอาชีวะ คือ การเพิ่มจำนวนเด็กอาชีวะ การสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดการศึกษาแบบทวิภาคี การทำให้เด็กมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันสถานศึกษาได้มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการของภาคเอกชนมากขึ้น และจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ คือ ครูอาชีวะ จึงได้ยกร่างมาตรฐานวิชาชีพครูการอาชีวศึกษา ขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 สมรรถนะด้านความรู้ทางวิชาชีพครูอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 1.สมรรถนะหลัก เป็นสมรรถนะในเชิงสังคม การเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะด้านไอที ด้านภาษาการคิดวิเคราะห์ 2.สมรรถนะในหน้าที่ เป็นสมรรถนะความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ สามารถนำหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ ทักษะวิชาชีพ มาบูรณาการและบริหารจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.สมรรถนะเฉพาะความเชี่ยวชาญ เป็นสมรรถนะความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ แต่ละสาขาจะต้องสามารถปฏิบัติงานในสาขาของตนเองได้ หรือมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพ

ส่วนที่ 2 ประสบการณ์วิชาชีพ โดยผู้ที่จะเป็นครูอาชีวะจะต้องฝึกปฏิบัติวิชาชีพครูระหว่างเรียน /เป็นครูช่วยสอนมาก่อน มีการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาชีพเฉพาะ และฝึกปฏิบัติอาชีพในสถานประกอบการ หรือปฏิบัติการสอนในสถานประกอบการ (มีใบรับรองการฝึกปฏิบัติ)

ที่ประชุมได้มีการพูดถึง Softskills กันอย่างมากว่าครูต้องสามารถที่จะถ่ายทอดในเรื่องของ Softskills ไปสู่ตัวนักเรียนได้ และจะลดปัญหาในหลายด้าน อาทิ ปัญหาการทะเลาะวิวาท  นอกจากนี้ที่จะต้องเน้นมากก็คือเรื่องของความสามารถในเชิงปฏิบัติของครู หากครูได้เห็นได้ลงมือปฏิบัติเองก็เชื่อว่าเวลาเอาไปถ่ายทอดให้กับเด็กๆ ก็จะทำได้ดีมากยิ่งขี้น อยากเห็นครูอาชีวศึกษามีใบประกอบวิชาชีพที่แตกต่างจากครูทั่วไป เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนที่สนใจอยากจะมีอาชีพเป็นครูอีกด้วย แม้ว่าปัจจุบันมี Digital Platform เข้ามาและอาจทำให้ความต้องการปริมาณครูเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็มีความต้องการเด็กสายอาชีวะมากขึ้นและมีความแข็งแรงที่จะช่วยมาสนับสนุนกองทุนและนำเด็กที่ออกกลางคันกลับเขามาเรียนหนังสือได้ อยากจะเห็นทาง สอศ. หรือทางภาครัฐได้ไปคุยโดยตรงกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีจำนวนมากและคิดว่าจำนวนหนึ่งเขาก็มีความพร้อมที่จะเข้ามาส่งเสริมเพื่อจะให้เด็กกลับเข้ามาเรียนในระบบซึ่งเราคิดว่าตรงนี้จะเป็นวิธีการที่ได้ประโยชน์และก็มีประสิทธิภาพ

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าในวันนี้ทั้ง กอปศ. และ สอศ. ได้เห็นปัญหาตรงกัน มีแนวทางที่จะพัฒนาไปทางเดียวกัน สิ่งที่ทาง กอปศ. จะทำก็จะอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาโดยมีประเด็นเร่งด่วนที่อาจจะต้องทำหลายเรื่อง เช่น เรื่องการขอความร่วมมือกับภาคเอกชนจะต้องเข้มข้นและเป็นระบบจริงจังทั้งเรื่องทวิภาคี ประชารัฐ ประเด็นในการที่จะพัฒนาอาชีวะอาจต้องดูเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ เช่น แยกกันระหว่างพื้นที่อำเภอ กลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มคนพิการ เป็นต้น คนที่จบอาชีวะนอกจากได้ใบวุฒิการศึกษาแล้วต้องได้ใบรับรองอาชีพหรือฝีมือแรงงานด้วย เพื่อจะไปใช้ในใบประกอบวิชาชีพ รวมถึงประเด็นอาชีวะเอกชนที่ต้องได้รับการดูแลให้เท่าเทียมกับอาชีวะภาครัฐ