ข่าวประชาสัมพันธ์

December 12, 2018

กอปศ. ชี้การปฏิรูปโครงสร้างแม้ยากแต่ก็มีทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนไป

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 55/2561 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานการประชุมและได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า กอปศ. ได้ยกประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการศึกษาของประเทศขึ้นมาเป็นประเด็นหลักและจะนำไปสู่การประชุมรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 เพราะคิดว่าเรื่องนี้มีความสลับซับซ้อน กอปศ.ได้รับรู้ปัญหาการศึกษาของประเทศ แต่ปัญหาที่แก้ยากที่สุดคือโครงสร้าง

ปัญหาโครงสร้างปัจจุบันคือ
1. ปัญหาความไม่เป็นเอกภาพของกระทรวงศึกษาธิการที่แบ่งออกไปเป็น 5 แท่ง และแต่ละแท่งก็เป็นอิสระต่อกัน มีผู้บริหารสูงสุดอยู่ในระดับซี 11 เท่ากัน เมื่อเป็นอย่างนั้นการประสานระหว่างแท่งต่างๆ ไม่นำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวของระบบการศึกษา
2.ปัญหาความไม่มั่นคงของนโยบายการศึกษา เพราะการเปลี่ยนผู้บริหารโดยเฉพาะระดับรัฐมนตรีบ่อยครั้ง และแม้แต่ผู้บริหารสูงสุดของแต่ละองค์กรก็มีการเปลี่ยนการย้ายบ่อย
3. ระบบการบริหารเป็นการบริหารโดยการสั่งการจากตรงกลางเป็นหลัก และเป็นการบริหารที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งประเทศ โดยที่สภาพการศึกษาในที่ต่างๆมีความแตกต่างหลากหลาย มีสภาพพื้นที่ที่แตกต่าง มีสภาพประชาชนที่แตกต่าง มีสภาพเป้าหมายของการศึกษาที่แตกต่าง แต่วิธีการที่จะจัดการเป็นวิธีการอันเดียวเหมือนกันทั้งประเทศ
4.เรื่องการกระจายอำนาจซึ่งปรากฎในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี 42 ซึ่งกำหนดให้กระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น แล้วไปถึงสถานศึกษา แต่ในความเป็นจริงกระจายลงไปไม่ถึงโรงเรียน โดยไปอยู่ที่เขตพื้นที่เป็นหลัก ส่วนที่กระจายไปอยู่ที่โรงเรียนก็ถูกกำกับด้วยกรอบระบบ ทำให้ไม่มีความเป็นอิสระในการดำเนินงานที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ
5. การบริหารจัดการนำไปสู่การนำครูออกจากหน้าที่ในการเรียนการสอนในห้องเรียน
6.การบริหารจัดการระดับปลายที่มีศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และเขตพื้นที่ประถม มัธยม ทำให้การประสานงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานบุคคล ไม่ราบรื่น
7. กฎเกณฑ์ทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฏเกณฑ์การบริหารงานบุคคล การเลื่อนวิทยาฐานะ เป็นรูปแบบที่ไม่เอื้อให้เกิดคุณภาพ
8. การขาดระบบข้อมูลที่ดีทางการศึกษา

เมื่อเป็นอย่างนี้การปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาของประเทศ ได้กำหนดไว้แล้วในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ให้มีกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติขึ้นเพราะการศึกษามีอยู่ในหลายกระทรวง แต่รูปแบบการบริหารจัดการในระดับชาติ ในระดับจังหวัด ยังต้องหาคำตอบ ซึ่งมีทางเลือกต่างๆ ตัวอย่างเช่นการปรับให้มีปลัดกระทรวงอยู่ตรงกลางและหน่วยงานต่างๆ จะเป็นแท่งหรือจะเป็นกรมอยู่ในระดับซี 10 ส่วนโครงสร้างระดับพื้นที่ก็มีเรื่องโครงสร้างระดับจังหวัด โครงสร้างระดับเขตพื้นที่ และบทบาทหน้าที่ของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสนับสนุนไปยังโรงเรียนและการกำกับดูแลให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีที่โรงเรียน อีกด้านหนึ่งก็คือการบริหารจัดการศึกษาในระดับของการปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องได้รับการปรับปรุงส่งเสริมให้สามารถทำได้เต็มที่ ประเด็นสุดท้ายคือการบริหารจัดการเรื่อง วิชาชีพครูกับข้าราชการครู

คำตอบเรื่องนี้จะมีประเด็นที่สำคัญเพิ่มขึ้นโดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ได้แก่การที่ประชากรลดลง ขณะเดียวกันการศึกษาปรับเป็นการศึกษาตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการจะต้องปรับให้เหมาะกับสภาพของปัญหา อีกส่วนหนึ่งคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาเพื่อสร้างสมรรถนะไม่ใช่เนื้อหาสาระ เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการอาจลดขนาดลงได้ ทั้งนี้ กอปศ.ก็ได้มีการเสนอแนวทางในการปรับโครงสร้างไว้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องรับฟังความคิดเห็นเพื่อดูว่าควรปรับอย่างไรให้เหมาะสมที่สุดเพราะการเปลี่ยนจากกรมมาเป็นแท่งตามพระราชบัญญัติการศึกษาฯ พ.ศ.2542 ก็มีเหตุผลในตัวเองเพราะเป็นการบริหารที่ไม่ใช่รูปแบบที่ราชการเป็นหลักแต่เป็นการบริหารโดยการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ จึงต้องมีองค์คณะบุคคลดูแล มีคณะกรรมการด้านต่างๆและมีเลขาธิการฯเป็นคนจัดการ การกลับไปเป็นกรม ก็กลับไปเป็นราชการเดิม ซึ่งอาจไม่ใช่คำตอบ แต่อย่างไรก็ตามกอปศ.ได้เสนอทางเลือกไว้ให้แล้วและจะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 นี้ ซึ่งจะได้ประชาสัมพันธ์รายละเอียดทางเว็บไซต์ www.thaiedreform.org ต่อไป