ข่าวประชาสัมพันธ์

December 24, 2018

กอปศ. พิจารณาให้ความเห็นร่างพ.ร.บ.การเรียนรู้ตลอดชีวิตและเตรียมแถลงผลงานครบวาระ 2 ปี

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 56/2561 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยรองศาสตราจารย์ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุมและได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า วาระสำคัญในวันนี้คือการพิจารณาให้ความเห็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต กระทรวงศึกษาธิการ ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งมาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา



ที่ประชุมมีความเห็นว่าการเรียนรู้ตลอดชีวิตหรือการศึกษาตลอดชีวิตซึ่งเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญและในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศรวมไปถึงความมั่นคงของประเทศ ที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) มีจุดเด่นในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในหลายๆ ด้าน แต่อย่างไรก็ตามในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีบางประเด็นที่ประชุมได้วิเคราะห์แล้วมีความเห็นเพิ่มเติมเป็นข้อเสนอแนะในหลายประเด็นเพื่อเติมเต็มให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์นำไปปฏิบัติได้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มีเนื้อหาหลายประเด็นที่คณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะว่าอาจจะปฏิบัติได้ยาก เช่น การจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับโอกาสและก็ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ชีวิตคือ Life Base Learning คือเป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิตการดำรงชีวิต สิ่งที่อยากเห็นคือเน้นที่การจัดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยและการจัดการเรียนรู้เพื่อการดำรงชีวิตคือพัฒนาคุณภาพชีวิตการมีอาชีพหรือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลุ่มเป้าหมายควรจะหมายถึงทุกกลุ่มแม้กระทั่งกลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ (Gifted Child)ก็ควรได้รับการเติมเต็ม บทบาทของการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะมาเติมเต็มในการศึกษามากกว่าที่จะไปมุ่งในการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับ โดยเฉพาะการขึ้นไปถึงระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งที่น่ากังวลในเรื่องของคุณภาพ


นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ. ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการโดย กศน. เสนอก็ได้ยึดหลักการของรัฐธรรมนูญในราชอาณาจักรไทยปี 60 ในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีหลายเรื่องที่วิเคราะห์แล้วก็สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติในเรื่องของการให้ความสำคัญกับการการศึกษาการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน จุดเด่นอาทิเช่น 1) การจัดการศึกษาจะต้องไปสนับสนุนการเรียนรู้ของกลุ่มคน 5 ช่วงวัย ได้แก่ ช่วงเด็กปฐมวัย ช่วงวัยเด็ก ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนปลายและช่วงวัยผู้สูงอายุ 2) เรื่องของกระบวนการในการจัดการเรียนรู้ที่พยายามที่จะให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นกับภาคีเครือข่ายเอกชนในการจัดการศึกษาและก็เพิ่มเข้าไปในเรื่องของการศึกษาทางเลือกที่จะทำให้กระบวนให้บริการมีความกว้างขวางชัดเจนมากขึ้น แม้แต่เรื่องของข้อมูลสารสนเทศก็มีรูปแบบที่อยากจะให้แต่ละคนมีบัตรประจำตัว แต่การศึกษาเพื่อให้ได้คุณวุฒินั้น กศน. ได้ไปเพิ่มบทบาทของตนเองเช่นเดิมจะรับผิดชอบเพิ่มคุณวุฒิสำหรับเด็กกลุ่มเป้าหมายพิเศษเด็กที่อยู่พื้นที่ห่างไกลให้ได้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ร่างนี้อยากจะขยายไปถึงการศึกษาสูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานคือระดับปริญญาด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางคณะกรรมการก็มีประเด็นในเรื่องของความพร้อม คุณภาพประสิทธิภาพหลายๆ เรื่อง ซึ่งอาจจะไปทับซ้อนกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานอื่นเช่นวิทยาลัยชุมชนซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่วงวัยต้องมีความชัดเจน เช่นถ้าเป็นวัยแรงงานหรือวัยสูงอายุก็จะเป็นจุดเด่นว่า กศน. ต้องเข้าไปช่วยเรื่องของการที่จะเสริมในเรื่องอาชีพลักษณะของการ Retain คณะกรรมการมีความเห็นว่าทุกวันนี้ กศน. ได้รับการยอมรับในแง่ของการให้โอกาสทางการศึกษากับประชาชน คนที่ขาดโอกาส คนที่ด้อยโอกาส คนที่ตกหล่นจะได้รับโอกาสชีวิตจากตรงนั้น จึงควรเสริมจุดนี้ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีความเข้มแข็ง การนำเอาเรื่องของเทคโนโลยีหรือ Digital Platform เข้ามาช่วยในการจัดการศึกษาให้กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติการเรียนรู้ตลอดชีวิตฉบับนี้ไม่กล่าวถึงในเรื่องของบทบาทของการจัดการศึกษานวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่เข้ามาช่วยให้เข้าไปสู่ผู้รับบริการได้กว้างขวางครอบคลุมในรูปแบบที่ทำให้เขาได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ก็ได้มีการให้ความเห็นเกี่ยวกับการปรับองค์ประกอบของโครงสร้าง การปฏิรูปการศึกษาต้องการให้ส่วนกลางขนาดเล็กลงมีความคล่องตัวยืดหยุ่น เน้นการที่จะเข้าไปสนับสนุนส่งเสริมกำกับมาตรฐานมากกว่าจะเป็นผู้ให้นโยบาย และก็ในส่วนที่จะเป็น Supporter คือสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ ภาคีเครือข่ายโดยเฉพาะเอกชนที่จะเข้ามาร่วมจัดการศึกษาเน้นการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยและการดำรงชีวิต สำนักงานควรจะออกไปเสาะหาสนับสนุนกระตุ้นส่งเสริมให้จัดมากกว่าที่จะรับจดทะเบียนผู้ที่จะประกอบการ


นางภัทรียา สุมะโน ประธานอนุกรรมการสื่อสารสังคม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าในโอกาสอันใกล้นี้จะมีการดำเนินการโครงการที่น่าสนใจ 2 โครงการคือ 1) โครงการ “2 ปี ปฏิรูปการศึกษา ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” ในวันพุธที่ 24 เมษายน 2562 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และเมื่อ กอปศ. จะครบวาระ 2 ปี ในเดือนพฤษภาคม 2562 แล้ว หน่วยงานใดจะดำเนินการสานต่องานหรือมีแนวทางดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความยั่งยืน 2)โครงการ “กอปศ. สัญจรและลงพื้นที่ดูงานการศึกษาตลอดชีวิต” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 มกราคม 2562 ณ จังหวัดชลบุรี