ข่าวประชาสัมพันธ์

January 1, 2019

กอปศ. รับฟังโครงสร้าง ศธ. เพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน

เมื่อวันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2561 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน” ณ โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร โดยนางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงาน การระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 250 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา สมาคม มูลนิธิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อ และผู้ที่เกี่ยวข้อง


ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “ปัญหาการจัดการศึกษาภายใต้โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน” ว่า กอปศ. ตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้แก้ไขปรับปรุงปัญหาของประเทศไทย โดยการปฏิรูปการศึกษา ปัญหาการศึกษาไทยแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ 1.คุณภาพการศึกษาต่ำ ผลสัมฤทธิ์การศึกษาเมื่อเทียบกับสากลพบว่า มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับหรือระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังเป็นแรงงานไร้ฝีมือ 2.ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล พ่อแม่ให้ลูกเข้าโรงเรียนเพื่อให้พ้นจากความยากจน แต่ปัญหาที่พบ คือ โรงเรียนไม่มีคุณภาพ การศึกษาจึงไม่สามารถแก้ความยากจนให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกลได้ 3.ความสามารถทางการแข่งขันของชาติที่ไม่สามารถแข่งขันได้ และ 4.ธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ คือ ตัวเป้าหมายที่สำคัญ นั่น คือ นักเรียน ครู และสถานศึกษา ถึงแม้การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากการปฏิรูปไม่สำเร็จ ประเทศอื่นๆ จะก้าวแซงหน้าประเทศไทย ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปให้สำเร็จ

รองศาสตราจารย์ชัยยุทธ์ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าวว่า ทาง กอปศ. ไม่ได้มีแนวคิดจะปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาทั้งระบบ แต่ต้องการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระและส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน ระบบการสนับสนุนต่างๆ ตั้งแต่ส่วนกลางหรือในพื้นที่ที่จะทำให้โรงเรียนมีความเป็นอิสระได้อย่างแท้จริงควรเป็นอย่างไร เบื้องต้น กอปศ. ได้จัดแบ่งภารกิจทั้งระบบและส่วนงานออกเป็น 4 ด้าน คือ 1.ด้านกำกับนโยบาย กำหนดทิศทางระดับชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปให้มีความต่อเนื่อง 2.ด้านการกำกับดูแล ติดตาม และประเมินผล แต่เดิมไม่มีความเข้มแข็ง จึงควรมีการวางกฎเกณฑ์ มาตรฐาน ทั้งงานบุคคล มาตรฐานวิชาการต่างๆ ให้มีความเข้มแข็ง 3.ด้านหน่วยสนับสนุน และ 4.ด้านการจัดการศึกษาทั้งระบบ เช่น เขตพื้นที่ ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษา แนวทางการจัดการยังไม่ได้แบ่งว่าจะเป็นกรมหรือแท่งอย่างเดิม แต่แบ่งตามผลผลิตงานหลัก กอปศ.ต้องการออกแบบระบบให้เกิดการขับเคลื่อนจากระบบการจัดการศึกษาไปสู่ระบบการศึกษาที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น โรงเรียนมีสายบังคับบัญชาไม่มาก สามารถดำเนินการได้อย่างอิสระ ปลดล็อคมาตรฐานหลักสูตร การคัดสรร การแต่งตั้ง การบริหารงบประมาณ โดย กอปศ. อาศัยแนวคิดที่มีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. …. ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นหัวหอกสำคัญที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมการจัดการศึกษา

การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 บัญญัติให้มีการปฏิรูปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยให้ กอปศ.ไปศึกษา และเสนอแนะแนวทาง และจัดทำกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนให้บรรลุเป้าหมาย กอปศ. จึงต้องการรับฟังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่าควรจะปรับปรุงโครงสร้างอย่างไรจึงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด ในการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียนซึ่งเป็นหัวใจการปฏิรูปการศึกษา โดยการประชุมมีการแบ่งกลุ่มย่อยอภิปรายรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม เรื่อง แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการเพื่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพผู้เรียนโดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มย่อย เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างอิสระและเสนอแนะได้อย่างเต็มที่ โดยมีประเด็นรับฟังความคิดเห็น 3 ประเด็นหลัก คือ 1. แนวคิดการจัดภารกิจด้านการศึกษาตามข้อเสนอของ กอปศ. ท่านมีความเห็นอย่างไร ? 2. ผลลัพธ์จากการปฏิรูปโครงสร้างที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในความเห็นของท่านควรเป็นอย่างไร ? และ 3. ระบบการบริหารงานการจัดการศึกษาส่วนกลาง และพื้นที่ (ภาค จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน) ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ควรเป็นอย่างไร (รวม /แยก/ยุบ/คงเดิม) และเพื่อภารกิจใด ซึ่งประกอบด้วย 1) เขตพื้นที่การศึกษาจาเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการปฏิบัติงานของโรงเรียนหรือไม่ อย่างไร 2) คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการบริหารงานบุคคลหรือไม่ อย่างไร 3) ถ้าไม่มีศึกษาธิการภาค โรงเรียนจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ อย่างไร ? 4) ถ้าจะมีการจัดการศึกษาระดับอำเภอ ควรมีรูปแบบอย่างไรที่ส่งผลต่อผู้เรียน เขตพื้นที่การศึกษา และศึกษาธิการจังหวัดควรปรับบทบาทอย่างไร ? 5) ถ้าโรงเรียนจะบริหารจัดการแบบอิสระ อย่างเต็มที่ ควรจะมีระบบหรือรูปแบบอย่างไร ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการระดมความคิดเห็นถือเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ ที่จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาของชาติต่อไป