ข่าวประชาสัมพันธ์

January 28, 2019

กอปศ.สรุปความก้าวหน้า พ.ร.บ. ทุกฉบับ เร่งปรับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาส่งเข้า ครม.


การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุม และได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเรื่องความก้าวหน้าของกลไกในการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกฎหมายด้านการศึกษาหลายฉบับโดย กอปศ. ดังนี้ 1)พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประกาศใช้แล้ว 2)พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้ผ่าน ครม. และปัจจุบันอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา 3)พระราชบัญญัติพัฒนาเด็กปฐมวัย และพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา ปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 4)พระราชบัญญัติอุดมศึกษาได้เข้าไปอยู่ในกระบวนการที่จะปรับแก้กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และอยู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 5) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งเป็นแผนที่ 12 ที่แยกมาจัดทำเป็นพิเศษ กำหนดจะเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในวันศุกร์ที่ 25 มกราคม นี้ เมื่อแผนฯ ได้รับความเห็นจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็จะนำมาปรับเพิ่มเติมแล้วรีบนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบแล้วผ่านไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อทราบ และประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา

นอกจากนี้ ความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ในเรื่องศูนย์เด็กเล็ก ขณะเดียวกันเรื่องการจัดการศึกษาที่เป็นระบบทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษาก็จะอาศัยภาครัฐและเอกชนเป็นเครื่องมือสำคัญ รวมทั้งการศึกษาที่มีความจำเป็นพิเศษในบางแห่งก็จะมีองค์การส่วนท้องถิ่นเข้าไปจัดการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น



รองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษากล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็จะมีการรับรองหลักการ ส่วนประเด็นที่มีการปรับปรุงบ้างจะเป็นรายละเอียดบางเรื่องเกี่ยวกับ 1)กฎหมายระดับรอง เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่อยู่ในการพิจารณาของกฤษฎีกามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง จึงทำให้ร่างกฏหมายระดับรองต่างๆ ต้องมีการปรับเนื้อหาเล็กน้อยเพื่อให้ผู้รับผิดชอบต่อไปสามารถปฏิบัติได้ 2)การทำความชัดเจนเพิ่มเติมเรื่องของการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐกับการปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน 3)ประเด็นเรื่องครู ทั้งมาตรฐานสมรรถนะวิชาชีพต่างๆ รวมถึงเรื่องของครูอาชีวะซึ่งเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา 4)การปฏิรูปด้านอาชีวศึกษา จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เช่น กรณีบทบาทของรัฐในการส่งเสริมสนับสนุนผู้ที่ด้อยโอกาสให้การเรียนอาชีวะ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมถึงการสนับสนุนในสาขาที่ตรงกับความต้องการของประเทศให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น 5)ประเด็นที่มาจากความก้าวหน้าซึ่งทำความสำเร็จไปแล้ว ก็จะปรับเป้าหมายอย่างเช่นเรื่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น