ข่าวประชาสัมพันธ์

March 9, 2019

Digital Platform กลไกเพื่อการปฏิรูปการศึกษา



การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ครั้งที่ 8/2562 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุม และรองศาสตราจารย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมการประชุม

ศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ได้กล่าวภายหลังการประชุมว่าวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่อง การเปลี่ยนผ่านด้วยดิจิทัล เห็นได้ชัดว่าการปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ยาก และโอกาสที่จะสำเร็จได้ คือ การนำกลไกทางดิจิทัลเข้ามาช่วย ซึ่งบริษัท McKinsey & Company ได้ทำการจัดลำดับการพัฒนาทางการศึกษาของประเทศไทยปัจจุบันนี้โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำสุด เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาจากจุดนี้ไปสู่จุดที่ดีขึ้นคือ Developing ปัญหาของประเทศไทยคือเป็นประเทศใหญ่ที่มีนักเรียนจำนวนมาก มีความหลากหลายในระบบ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จะต้องยกระดับขึ้นและก็แก้ปัญหาคุณภาพความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันต้องยกระดับส่วนที่อยู่ปานกลางให้สูงขึ้นด้วยมีโรงเรียนจำนวนหนึ่งที่อยู่ปานกลาง พอถึงตรงนี้ก็จะเป็นการปรับเรื่องของอาชีวะศึกษาซึ่งต้องปรับใหญ่ถึงจะสามารถจะทำให้อาชีวะศึกษาทันโลกได้ บริษัท McKinsey เสนอแนะว่าประเทศไทยควรนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการปฏิรูปการศึกษา เช่น การใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มกระจายความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น การปรับการเรียนการสอนและหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งข้อเสนอของบริษัทฯ ตรงกับแนวคิดของ กอปศ.

นอกจากนี้ กอปศ.ได้เห็นว่า นอกเหนือจากแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาแล้วสมควรจะยกร่างกรอบของ Road Map ที่จะต้องดำเนินการเพื่อการปฏิรูปเพิ่มเติม อาทิ
1) Road map เรื่องการศึกษาตลอดชีวิตเพราะการศึกษาตลอดชีวิต เป็นการศึกษาที่มีทั้งในระบบและหลังจากนั้นก็ไปอยู่ในการศึกษาทุกๆ ด้าน เด็กจะต้องเตรียมไว้สำหรับการศึกษาตลอดชีวิต เปลี่ยนหลักการของการศึกษาไม่ใช่ศึกษาและจบ แต่สามารถศึกษาได้ตลอดชีวิตเพราะในอนาคตมันก็ต้องเป็นอย่างนั้น ในการที่จะเตรียมให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิตจะต้องมีสมรรถนะเพิ่มเติมอันหนึ่งคือสมรรถนะทางดิจิทัล
2) Road Map เรื่องระบบข้อมูล ซึ่งเป็นระบบข้อมูลโรงเรียนซึ่งมีข้อมูลนักเรียน ข้อมูลครู ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา เราจะมาทำเป็น Road Map ว่าจะพัฒนาระบบข้อมูลอย่างไร มีข้อกำหนดว่าระบบข้อมูลนี้ต้องมีความถูกต้องครบถ้วนโปร่งใส ในขณะเดียวกันไม่เป็นข้อมูลที่ทำให้เกิดโทษ ใช้ในการลงโทษคน ทำให้คนเสียกำลังใจ เพราะฉะนั้นระบบข้อมูลจะต้องพัฒนากันต่อ Road Map ในการพัฒนาเรื่องข้อมูลอันนี้ก็ไปรองรับกรรมการนโยบายแห่งชาติ ที่จะต้องทำแผนในอนาคต
3) Road Map ของการพัฒนาครู จะต้องมีการปรับเรื่องของการผลิตครูแล้วเลยกลายไปถึงเรื่องของการพัฒนามหาวิทยาลัยที่ทำการผลิตครู ให้ผู้ผลิตครูเข้าใจเรื่องของสมรรถนะศตวรรษที่ 21 และเป็นการเตรียมคนเหล่านั้นสำหรับสอนผลิตครูในรูปใหม่ มีดิจิทัลในทุกๆ ด้านเพราะว่าชัดเจนว่าโลกกำลังเปลี่ยนเข้าระบบดิจิทัล แล้วก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้สิ่งที่เป็นไปได้ยากสามารถจะเป็นไปได้ในประเทศอื่น ตัวอย่างเกิดขึ้นในประเทศเล็กๆ เช่น เอสโตเนีย ฟินแลนด์หรือว่าสิงคโปร์ แต่ประเทศไทยนี้ใหญ่แล้วก็มีความหลากหลายอยู่ในระบบมาก