ข่าวประชาสัมพันธ์

March 31, 2019

กอปศ. เสนอทางแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุม และได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเรื่อง ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่ง กอปศ. จะจัดทำเป็นข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อนำไปสู่มาตรการการแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้การจัดทำข้อเสนอได้มีรายละเอียดที่ต้องมีผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งไม่ใช่การตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ และได้เปลี่ยนแนวคิดจากการให้เด็กมีโอกาสได้เรียน เป็นเด็กต้องได้โอกาสทางการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ


นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ได้กล่าวว่า จากปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในปัจจุบันที่ทราบกันอยู่แล้ว กอปศ.จึงมีข้อเสนอแนะถึงแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้

1.ควรมีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบมาจัดการดูแลโรงเรียนขนาดเล็กเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือควรมีหลักสูตรเฉพาะสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะความพร้อมในทรัพยากรต่างๆ เช่น ครู อุปกรณ์การเรียนการสอน มีความแตกต่างกับโรงเรียนขนาดใหญ่ ทั้งนี้สถาบันผลิตครูในพื้นที่ๆ โรงเรียนขนาดเล็กตั้งอยู่ควรมีบทบาทช่วยพัฒนาหลักสูตร หรือใช้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นฐานในการที่จะสอนนักศึกษา เข้าไปวิเคราะห์ปัญหาแล้วก็เรียนรู้ไปพร้อมกัน

2.ข้อมูลโรงเรียนขนาดเล็กควรต้องทำเป็น Big data เป็นข้อมูลรายโรงที่จะบอกสภาพอย่างรายละเอียดของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะส่งผลในแง่ของการบริหารจัดการและการสนับสนุนงบประมาณด้วยโรงเรียนแต่ละโรงจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่าง อย่างเช่นมีข้อเสนอให้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือ Digital Platform ลงไปช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่ขาดแคลนครู แต่การที่จะจัดสิ่งเหล่านี้ได้โรงเรียนก็ต้องมีความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้า เพราะฉะนั้นข้อมูลรายโรงของโรงเรียนขนาดเล็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ

3.ต้องมีกฎหมาย กฎกระทรวง หรือระเบียบเฉพาะของโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อทำให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถพัฒนาตนเองและบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวทั้งในเรื่องการเงิน งบประมาณ การจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัว หรือระบบบริหารจัดการโรงเรียน

4.ส่งเสริมให้ชุมชน ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่ภาคเอกชน

5.ควรกำหนดจำนวนนักเรียนแต่ละโรงเรียน เพื่อไม่ให้โรงเรียนรับนักเรียนเกินจำนวนที่กำหนด เพราะมีผลต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอน ประกอบกับปัญหาโรงเรียนขนาดใหญ่รับนักเรียนไม่จำกัด ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง

6.ต้องดูภาพรวมของโรงเรียนขนาดเล็กทุกสังกัด ไม่เฉพาะสังกัด สพฐ. แต่ดูในสังกัดอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ทั่วประเทศสามร้อยกว่าโรงก็ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กเช่นกัน

7.มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ DLTV หรือ Digital Platform หรือ e-learning มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู

8.สนับสนุนสิ่งที่ปัจจุบันทำอยู่แล้วประสบความสำเร็จให้ทำต่อไป เช่นโรงเรียนแม่เหล็กของ สพฐ. ที่คัดเลือกโรงเรียนหนึ่งที่มีศักยภาพดีในหมู่เพื่อนแล้วก็มีโรงเรียนรอบๆส่งเด็กเข้ามาเรียน โดย สพฐ. มีโรงเรียนแม่เหล็กที่เข้มแข็งอยู่ประมาณ 490 โรง