ข่าวประชาสัมพันธ์

April 29, 2019

กอปศ. สรุปข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาล ผลักดันกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาต่อไป

การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ครั้งที่ 14/2562 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุม และได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้ปฏิบัติภารกิจมา 2 ปี และได้มีกฎหมายที่นำเสนอรัฐบาลไปแล้ว คือ ร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และพระราชบัญญัติในระดับรองอีก 4 ฉบับ ได้แก่ 1) พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 2) ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. …. 3) ร่าง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา พ.ศ. ….และ 4) ร่าง พ.ร.บ.อุดมศึกษา นั้น ที่ประชุมในวันนี้จึงได้พิจารณาถึงข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพิ่มเติม สรุปได้ดังนี้

1) รัฐบาลควรสร้างความตระหนักในสังคมทุกภาคส่วนเห็นความจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาและการมีส่วนร่วมในการปฏิรูป

2) ผลักดันให้เกิดกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติซึ่งเป็นกลไกหลักและก็มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ เช่น กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เกิดขึ้น

3) ให้ปรับปรุงงานของการศึกษาแห่งชาติรวมทั้งโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการตามแนวทางและเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อรองรับงานที่มีอยู่

4) ให้กองทุนเพื่อความสามารถทางการศึกษาดำเนินการให้มีประสิทธิภาพเกิดผล ลดและแก้ไขความเหลื่อมล้ำได้โดยมีการจัดงบประมาณให้เพียงพอ

5) เน้นการปรับเปลี่ยนโรงเรียนในระบบการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพได้ระดับสากลและก็สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน เป็นสิ่งที่ต้องเร่งโดยที่การบุกเบิกพื้นที่นวัตกรรมเป็นเครื่องมือขยายเพิ่มพื้นที่นวัตกรรมแล้วก็ให้ขยายผลจากโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมไปสู่โรงเรียนทั้งหมด แม้ว่าผลจะไม่เกิดขึ้นโดยทันทีทันใดและต้องใช้เวลา

6) เร่งรัดพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติพัฒนาเด็กปฐมวัย ดูแลมาตรฐานของบุคคลที่จะมาดูแล ผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะเข้ามารับผิดชอบอย่างไรในเด็กปฐมวัยที่มีอยู่หลายล้านคนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ

7) การดูแลคนพิการทางสมองและพิการทางกายจะต้องมีการเน้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบปกติและงบประมาณปกติไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ จึงมีข้อเสนอแนะต่อสังคมที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีความตระหนักปัญหาและมีบทบาทหน้าที่มีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่และผู้ปกครอง เรื่องการส่งเสริมเจตคติและค่านิยมที่ดีในสังคม คุณภาพที่แท้จริงของการศึกษาไม่ใช่ใบปริญญาหรือใบรับรองอะไร เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วมและก็ให้ถือประโยชน์ของส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนบุคคล และมีจิตสาธารณะ

8) สื่อมวลชนควรสร้างความตระหนักรับผิดชอบในบทบาทการศึกษาของชาติคือเป็นหุ้นส่วนที่แท้จริง สื่อมวลชนมีบทบาทไม่ใช่เป็นแค่สื่อ แต่ใช้การเสนอสื่อให้มีผลในการเพิ่มความรู้ความเข้าใจเจตคติและสติปัญญาให้กับสังคมพร้อมกับดูแลไม่ให้เกิดผลลบของสื่อต่อสังคม

การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้มุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นหัวใจของการปฏิรูปจึงอยู่ที่โรงเรียน ไม่ใช่ปฏิรูประบบบริหาร