ข่าวประชาสัมพันธ์

May 20, 2019

กอปศ. นัด 17/2562 พิจารณาโครงสร้างและสถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระ และสมรรถนะผู้บริหารการศึกษา


การประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ครั้งที่ 17/2562 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยมีศาสตราจารย์กิตติคุณ จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เป็นประธานการประชุม และได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ กอปศ. ได้พิจารณา 2 เรื่อง คือ 1.โครงสร้างและสถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระ และ 2.สมรรถนะผู้บริหารการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และย้ำว่าการปฏิรูปเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นและเป็นการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ซึ่งต้องตระหนักถึงปัญหา ค้นหาปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะปัญหาการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ เพื่อให้สถานศึกษาในทุกระดับสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นอิสระ มีความคล่องตัว รวมถึงพัฒนาผู้รับผิดชอบในพื้นที่ให้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ได้


รองศาสตราจารย์ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ ประธานอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าวว่า จาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่พยายามส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จนั้น กอปศ. ได้นำเรื่องโรงเรียนนิติบุคคลมาพิจารณา เพื่อผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้สำเร็จ โดยการให้ความเป็นอิสระแก่สถานศึกษาใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) การบริหารงาน 2) การบริหารงานบุคคล 3) การบริหารงบประมาณ และ 4) การบริหารงานทั่วไป

สำหรับการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการนั้น กอปศ.ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พบว่า 1.การกระจายอำนาจความรับผิดชอบไปสู่พื้นที่ และระดับสถานศึกษาเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข 2.นโยบายขาดความต่อเนื่อง 3.ระบบงานของกระทรวงศึกษาธิการใช้คนจำนวนมาก จำเป็นต้องมีกลไกในการสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ดี เช่น การบริหารงานบุคคล ระบบงบประมาณในเรื่องการอุดหนุนเงินรายหัวที่ยังไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละพื้นที่

โดย กอปศ.มีแนวคิดในการปฏิรูปโครงสร้างและระบบบริหารการศึกษาให้มีการถ่วงดุลอำนาจและ บทบาทหน้าที่ในเรื่องงานที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการกำหนดนโยบาย (Policy Making) 2) ด้านการสนับสนุนการจัดการศึกษา (Supporting Services) ลดความซ้ำซ้อนของงานโดยการใช้ระบบสารสนเทศ 3) ด้านการกำกับดูแล (Regulating and Monitoring) เพื่อให้หน่วยปฏิบัติสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น และ 4) ด้านปฏิบัติการ (Operating) มุ่งจัดการศึกษาให้ตอบสนองกับความต้องการ โดยมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ให้สมดุลระหว่างส่วนกลาง สถานศึกษา ส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค และสถานศึกษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน


รองศาสตราจารย์ศิริเดช สุชีวะ ประธานอนุกรรมการครูและอาจารย์ กล่าวว่า ด้านสมรรถนะผู้บริหารการศึกษามี 4 ด้าน ได้แก่
สมรรถนะที่ 1 ผู้นำการเรียนรู้ (Learning Leader) ประกอบด้วย 1) สามารถนำตนเองในการเรียนรู้เนื้องานที่ทำตามบทบาทหน้าที่อย่างแท้จริง และเรียนรู้หลักการแนวทางในการพัฒนาผู้เรียน 2) สามารถสร้างผู้นำทางวิชาการในหน่วยงานที่เน้นการเรียนรู้ สู่การพัฒนางานที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน และ 3) เปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อสร้างสรรค์แนวทางและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

สมรรถนะที่ 2 ผู้นำการคิดและการปฏิบัติตน (Brain & Behavior) ประกอบด้วย 1) มีชุดความคิดที่เติบโต (growth mindset) มองปัญหาและอุปสรรคเป็นโอกาสในการเรียนรู้ มีความพยายามในการทำสิ่งที่ท้าทายและพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ 2) คิดเป็นระบบ คิดเชิงนวัตกรรม กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ โดยเน้นการผสานทุกความคิดในการทำงาน รวมทั้งผสานจุดเด่นของงานเดิมริเริ่มสู่งานใหม่ และ 3) เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนแก่บุคลากร ด้านความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นธรรม และความเป็นประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

สมรรถนะที่ 3 ผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่เป้าหมาย ที่ท้าทาย (Change & Challenge) ประกอบด้วย 1) สร้างแรงบันดาลใจ จูงใจทีมงานให้มุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ท้าทาย 2) เสริมพลังทีมงานให้ร่วมมือร่วมใจ (Synergy) นำการเปลี่ยนแปลง และ 3) มีความสามารถในการบริหารจัดการ และจัดสรรทรัพยากรทั้งภายในและภายนอกองค์กร ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ท้าทาย

สมรรถนะที่ 4 ผู้สนับสนุน เชื่อมโยง และสร้างเครือข่าย (Supporter & Connector) ประกอบด้วย 1) มีความสามารถเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยการพัฒนาระบบงานให้เรียบง่าย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทองค์กร 2) มีความสามารถในการสื่อสารเป้าหมายของงานให้ง่ายในการปฏิบัติ สนับสนุน ช่วยเหลือ บุคลากรให้พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อการปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมายที่ท้าทาย และ 3) สร้างเครือข่ายการทำงาน สร้างความตระหนักในการร่วมทำงานกับเครือข่ายในหลายลักษณะ และบุคลากรทั้งในหน่วยงาน และต่างหน่วยงานให้มุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ท้าทาย